"วิษณุ" มาเอง! ชี้ปมบาร์โค้ด เสี่ยง "เลือกตั้งเป็นโมฆะ" เตือนแรง กกต.อาจซ้ำรอยเข้าคุก

"วิษณุ" มาเอง! ชี้ปมบาร์โค้ด เสี่ยง "เลือกตั้งเป็นโมฆะ" เตือนแรง กกต.อาจซ้ำรอยเข้าคุก

"วิษณุ" มาเอง! ชี้ปมบาร์โค้ด เสี่ยง "เลือกตั้งเป็นโมฆะ" เตือนแรง กกต.อาจซ้ำรอยเข้าคุก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิษณุ เตือนแรง ปม “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” เสี่ยงโมฆะทั้งประเทศ ชี้อาจซ้ำรอย กกต.ติดคุกปี 49

ประเด็นร้อนเรื่อง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญทางกฎหมาย เมื่อ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความเห็นว่า อาจกระทบต่อหลักการ “ลงคะแนนลับ” ตามรัฐธรรมนูญ และมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะ หากพิสูจน์ได้ว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนได้

วิษณุ กล่าวในเวทีบรรยายหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอธิบายว่า การตีความประเด็นนี้สามารถมองได้ 2 แนวทาง แนวทางแรกคือ หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริง จะถือว่าการลงคะแนน “ไม่ลับ” และขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับ

ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง มองว่าความลับจะพิจารณาเฉพาะช่วงเวลาที่ประชาชนกากบาทในคูหาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบภายหลัง ซึ่งแตกต่างจากกรณีเลือกตั้งปี 2549 ที่การจัดคูหาทำให้ผู้อื่นสามารถเห็นขณะลงคะแนน จนกลายเป็นเหตุให้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

วิษณุชี้ส่วนตัวเห็นว่า “ไม่ลับ” หากตรวจสอบย้อนกลับได้

อย่างไรก็ตาม วิษณุ ระบุว่า ความเห็นส่วนตัวของตนเอนเอียงไปในแนวทางแรก โดยให้เหตุผลว่า หากมีโอกาสตรวจสอบได้ในภายหลัง ก็ไม่ถือเป็นความลับอย่างแท้จริง เพราะหลักการตามรัฐธรรมนูญหมายถึงความลับต้องคงอยู่ตลอดไป ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

เขายังยกตัวอย่างว่า หากศาลรัฐธรรมนูญนำบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว และสามารถระบุชื่อผู้ลงคะแนนได้ ก็จะถือว่าไม่เป็นความลับทันที ซึ่งอาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของการเลือกตั้ง

เตือนอาจต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ วิษณุ ระบุว่า ไม่สามารถฟันธงได้ แต่หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ก็มีทางเลือกเพียงอย่างเดียว คือ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งรูปแบบเดียวกันถูกใช้ทั่วประเทศ ไม่สามารถเลือกแก้เฉพาะบางเขตได้

เขาย้อนถึงบทเรียนในปี 2549 ที่แม้ปัญหาจะเกิดขึ้นเพียงบางพื้นที่ แต่ กกต.ก็ยังตัดสินใจจัดการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ และยังนำไปสู่การดำเนินคดีจนมีผู้เกี่ยวข้องต้องรับโทษจำคุก

ชี้ กกต.อาจต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่คนเดียว

วิษณุ ยังเตือนว่า หากเกิดข้อพิพาทจริง ความรับผิดชอบจะไม่ตกอยู่กับบุคคลใดเพียงคนเดียว เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านการอนุมัติจาก กกต.แล้ว ทำให้ต้องมีการพิจารณาความรับผิดชอบในระดับองค์กร

นอกจากนี้ เขายังมองไปข้างหน้าว่า ไม่เพียงแต่ปัญหาบาร์โค้ดเท่านั้นที่เป็นความท้าทาย แต่รัฐบาลชุดใหม่อาจต้องเผชิญความขัดแย้งภายใน ทั้งการแย่งชิงตำแหน่งและความเห็นต่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

ทั้งนี้ ประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพราะอาจส่งผลต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และอนาคตทางการเมืองของประเทศโดยตรง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล