"ปวดไหล่" อาจเป็นสัญญาณเตือน "มะเร็งตับ" อยู่คนละตำแหน่งเกี่ยวกันยังไง?

เตือนอย่างมองข้าม! "ปวดไหล่" อาจเป็นสัญญาณมรณะ "มะเร็งตับ" รู้ทันก่อนสาย ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง
ในยุคที่โรคมะเร็งมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก การรู้ทันสัญญาณเตือนของร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ออกมาเปิดเผยถึงอาการที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับซ่อนความอันตรายไว้ นั่นคือ "อาการปวดไหล่" ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโรคร้ายอย่าง "มะเร็งตับ" ที่หลายคนคาดไม่ถึง
ทำไม "ตับ" ถึงส่งผลให้ "ปวดไหล่"?
หลายคนอาจสงสัยว่าตับกับไหล่อยู่คนละตำแหน่ง จะเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร? ข้อมูลจากเว็บไซต์ Cancer Research UK อธิบายว่า เมื่อตับเกิดการบวมโตหรือมีก้อนเนื้อมะเร็ง มันจะไปกระตุ้นเส้นประสาทที่เชื่อมโยงไปยังบริเวณไหล่ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "อาการปวดร้าว" ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดที่ ไหล่ขวา หรือบริเวณหลัง ทั้งที่ต้นเหตุจริงๆ อยู่ที่ตับ
iStockphoto
เช็กลิสต์สัญญาณเตือน "มะเร็งตับ" ที่ต้องระวัง
นอกจากอาการปวดไหล่ขวาที่ผิดปกติแล้ว NHS (ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ) ยังระบุอาการอื่นๆ ที่ควรหมั่นสังเกต ดังนี้:
- ตัวเหลือง ตาเหลือง: หรืออาการดีซ่าน ผิวหนังและตาขาวเปลี่ยนสี
- น้ำหนักลดผิดปกติ: ผอมลงโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก หรือเบื่ออาหาร
- อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกไม่มีแรง หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด
- มีความผิดปกติที่ท้อง: มีก้อนแข็งที่ชายโครงขวา ท้องบวมโต หรือรู้สึกอึดอัดแน่นท้องเร็วผิดปกติ
- ระบบย่อยอาหารรวน: คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาหารไม่ย่อย
"ฆาตกรเงียบ" ที่ป้องกันได้
องค์กร British Liver Trust ได้ขนานนามมะเร็งตับว่าเป็น "ฆาตกรเงียบ" เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่ข่าวดีคือกว่า 9 ใน 10 ของผู้ป่วยมะเร็งตับเกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์จัด, ภาวะอ้วน และไวรัสตับอักเสบ
ดังนั้นการดูแลสุขภาพและหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากใครมีอาการปวดไหล่เรื้อรังควบคู่กับอาการข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี