"กัมพูชายื่นจดทะเบียนมหาสงกรานต์กับ UNESCO" จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลและแสดงความกังวลเกี่ยวกับกรณีที่ประเทศกัมพูชาดำเนินการยื่นจดทะเบียน "มหาสงกรานต์" (Sangkran) ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO)
เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสถานะ "สงกรานต์ในประเทศไทย" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้หรือไม่
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดขององค์การยูเนสโก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้องและลดความสับสนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดการตรวจสอบดังนี้
คำถาม
จริงหรือไม่ที่กัมพูชายื่นจดทะเบียนมหาสงกรานต์ต่อ UNESCO และการดำเนินการนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิ์หรือการขึ้นทะเบียนสงกรานต์ของประเทศไทยที่ประกาศไปเมื่อปี 2566?
การตรวจสอบ
กองบรรณาธิการตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อมูลที่ระบุว่าประเทศกัมพูชาดำเนินการยื่นเอกสารเพื่อขอจดทะเบียน "มหาสงกรานต์" ต่อองค์การยูเนสโกนั้นเป็นข้อมูลจริงตามที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนและช่องทางทางการของกัมพูชา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว "ไม่ได้ส่งผลกระทบ" ต่อสถานะมรดกโลกของประเทศไทยแต่อย่างใด
เนื่องจาก "สงกรานต์ในประเทศไทย" (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) จากองค์การยูเนสโกเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2566 ซึ่งถือเป็นรายการที่ได้รับการรับรองโดยสมบูรณ์และมีศักดิ์ตามมาตรฐานสากล
ตามหลักเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไม่ได้เป็นการรับรอง "ความเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว" (Sole Ownership) หรือการแสดงกรรมสิทธิ์เหนือวัฒนธรรมนั้น ๆ ในเชิงอธิปไตย แต่มุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์และเชิดชูความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดังนั้น ประเทศที่มีประเพณีหรือวัฒนธรรมที่มีรากเหง้าคล้ายคลึงกัน (Shared Heritage) สามารถยื่นจดทะเบียนในชื่อของตนเองได้ เช่นเดียวกับกรณีนวดไทย หรือโขน ที่มีการขึ้นทะเบียนในลักษณะคล้ายกันจากหลายประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ยังยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเดินหน้าเสนอรายการมรดกทางวัฒนธรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ "ชุดไทย" (Thai Dress) ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในช่วงปลายปี 2569 รวมถึง "มวยไทย", "ผ้าขาวม้า" และ "ลอยกระทง" ซึ่งอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อมตามลำดับ
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริงในส่วนที่กัมพูชายื่นจดทะเบียน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสงกรานต์ไทย โดยสรุปคือการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ใช่การจดสิทธิบัตรเพื่อครอบครองเพียงผู้เดียว ประเพณีที่มีลักษณะร่วมกันในภูมิภาคสามารถขึ้นทะเบียนซ้ำกันได้ภายใต้ชื่อและบริบทของแต่ละประเทศ ข่าวที่ระบุว่าไทยจะเสียสิทธิ์จึงไม่เป็นความจริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
