สิ้นตำนาน พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ สุดยอดมือปราบฉายา "สืบเหนือ" ถูกพบเสียชีวิตในบ้านพัก

สิ้นตำนาน พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ สุดยอดมือปราบฉายา "สืบเหนือ" ถูกพบเสียชีวิตในบ้านพัก

สิ้นตำนาน พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ สุดยอดมือปราบฉายา "สืบเหนือ" ถูกพบเสียชีวิตในบ้านพัก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาลัย พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ ปิดตำนานมือปราบสืบเหนือ นรต.16 อดีต ผบช.น. เสียชีวิตในวัย 89 ปี

วงการตำรวจไทยสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญ เมื่อได้รับรายงานการเสียชีวิตของอดีตนายตำรวจมือปราบระดับตำนาน โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ทรงพล อภิวัฒนานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุอดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสียชีวิตภายในบ้านพักย่านถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

จากการเข้าตรวจสอบของ พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ภายในห้องนอนพบร่างของ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อายุ 89 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สภาพศพไม่พบร่องรอยการต่อสู้ นายธีรวัฒน์ ทิพย์รัตน์ บุตรชายของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรกให้ข้อมูลว่า บิดาเสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2480 เป็นบุตรของ พ.ต.ต.สม ทิพย์รัตน์ ท่านเจริญรอยตามผู้เป็นบิดาเข้าสู่เส้นทางสีกากีจนจบหลักสูตรโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 16 (นรต.16) และสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะมือปราบเจ้าของฉายา "สืบเหนือ" ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี 2541 ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

เส้นทางรับราชการ จาก "เสือคาบดาบ" สู่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.ท.ทวี เริ่มต้นชีวิตราชการในพื้นที่ภาคใต้ โดยดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมวดอยู่ที่ศูนย์ฝึกไชยะ จังหวัดปัตตานี ก่อนจะมุ่งมั่นเพิ่มพูนทักษะการรบด้วยการเข้ารับการอบรมหลักสูตรหน่วยจู่โจม "เสือคาบดาบ" ของหน่วยรบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี และหลักสูตรการรบแบบกองโจรที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อทำหน้าที่ปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้อย่างเต็มตัว

หลังจากปฏิบัติหน้าที่ป้องกันผืนแผ่นดินเกิดที่จังหวัดปัตตานีนานกว่า 7 ปี ผู้บังคับบัญชาได้ตอบแทนความดีความชอบโดยแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "สารวัตรสืบเหนือ" หน่วยงานนักสืบที่สร้างชื่อจนโจรร้ายทั่วประเทศต่างเกรงขาม ท่านปฏิบัติหน้าที่นักสืบจนเลื่อนตำแหน่งเป็น รองผู้กำกับการ และผู้กำกับการสืบเหนือ ตามลำดับ

ต่อมาท่านได้รับตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครเหนือ (รองผู้การเหนือ) และย้ายไปเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ (รองผู้การใต้) โดยมีผลงานชิ้นโบแดงคือการตามจับคนร้ายชิงทรัพย์คนรับใช้บ้าน พล.อ.ประจวบ สุนทรางกูร ได้ภายในไม่กี่วัน จนได้รับความไว้วางใจให้ติดยศ "นายพล" ในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ (ผู้การใต้)

คดีสำคัญที่รับผิดชอบ

ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ ได้ชื่อว่าเป็นนักสืบที่ใช้ศิลปะและพยานหลักฐานในการคลี่คลายคดีอย่างเด็ดขาด ท่านผ่านสมรภูมิการทำงานมาอย่างโชกโชนตั้งแต่พื้นที่ภาคใต้จนถึงเมืองหลวง โดยมีผลงานที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์นักสืบไทยมากมาย ดังนี้

1. คดีเรียกค่าไถ่ระดับประเทศ

พล.ต.ท.ทวี ระบุว่าการช่วยเหลือตัวประกันคือความภูมิใจสูงสุดในชีวิตราชการ โดยคดีที่โดดเด่นมีดังนี้:

  • คดีลูกชายเจ้าของลูกชิ้นศรีย่าน: เกิดขึ้นสมัยท่านเป็นสารวัตรสืบเหนือ ทำงานร่วมกับ พ.ต.อ.เจริญ โชติดำรงค์ สามารถจับกุมคนงานที่ลักพาตัวเด็กไปเรียกค่าไถ่และช่วยตัวประกันได้ปลอดภัย
  • คดีหลานสาวนายแพทย์ (พ.ศ. 2519): คนร้ายลักพาตัวเด็กจากบ้านย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท ทีมสืบเหนือใช้เวลาเพียง 7 วันในการทลายที่กบดานและจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด
  • คดีลูกสาวเจ้าของร้านขายนก (พ.ศ. 2520): ภายใต้คำสั่งของ พล.ต.อ.สุวรรณ รัตนชื่น ผบช.น. ในขณะนั้น ทีมงานวางแผนอย่างรัดกุม 10 วัน จนช่วยเหลือเด็กได้โดยไม่มีการเสียเงินค่าไถ่หรือมีการเสียเลือดเนื้อ

2. คดีอาชญากรรมและกลุ่มอิทธิพล

ด้วยทักษะการสืบสวนที่เฉียบคม ท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีสำคัญที่กระทบต่อความสงบสุขของประชาชนหลายคดี:

  • คดีเจาะเซฟธนาคาร: คนร้ายบุกเจาะเซฟธนาคารชื่อดัง สาขาราชดำเนิน กวาดเงินไปกว่า 9 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงมากในยุคนั้น
  • คดีลักเครื่องลายครามพระตำหนัก: ติดตามของกลางที่ถูกโจรกรรมจากจังหวัดเชียงใหม่ จนสามารถสกัดจับคนร้ายที่นำมาปล่อยขายในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ
  • คดีชิงตัวผู้ต้องหาในศาล: กลุ่มอาชญากรชาวจีนแผ่นดินใหญ่ใช้ระเบิดขว้างกลางศาลเพื่อชิงตัวพรรคพวก พล.ต.ท.ทวี นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์จนสามารถระงับเหตุอุกอาจนี้ได้

3. ภารกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง ท่านได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ให้กวาดล้างนักฆ่าอาชีพทั่วประเทศ มีการจับตายอาชญากรตัวกลั่น เช่น นายทองย้อย รุ่งเพชร มือปืนชื่อดังเมืองเพชรบุรี และ นายประยงค์ ฉายามือปืนร้อยศพ ซึ่งมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมทั้งฆ่าและปล้น

มรสุมชีวิตและบทบาทหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบมือปืน

หลังจากพ้นเก้าอี้ผู้การใต้ ท่านต้องเผชิญมรสุมชีวิตราชการจนถูกย้ายออกนอกหน่วยไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่ยังได้รับโอกาสสำคัญจาก พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผู้บัญชาการสอบสวนกลางในขณะนั้น แต่งตั้งให้เป็น "หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง" เพื่อกวาดล้างนักฆ่าอาชีพทั่วประเทศ

ก่อนเกษียณอายุราชการ ท่านได้ย้ายกลับเข้าสู่นครบาลอีกครั้งในตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และไปคุมจเรตำรวจ ก่อนจะถูกดึงกลับมาเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกหน และในปีสุดท้ายของชีวิตราชการได้รับความไว้วางใจจาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจ ให้นั่งเก้าอี้สูงสุดคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จนเกษียณอายุในปี พ.ศ. 2541

 

มรดกทางความคิดและทายาทนักสืบ

พล.ต.ท.ทวี เป็นผู้บุกเบิกการนำนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งการเก็บลายนิ้วมือแฝง การตรวจดีเอ็นเอ และการใช้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบประวัติอาชญากร นอกจากนี้ท่านยังเป็น "อาจารย์ใหญ่" ของเหล่านักสืบ โดยมีลูกศิษย์คนสำคัญอย่าง พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สมคิด บุญถนอม

หลักการสำคัญที่ท่านฝากไว้แก่ตำรวจรุ่นหลังคือ "การสืบสวนต้องเป็นทีมเวิร์ก" และผู้นำต้องมีความรู้จริงในงานสืบสวนเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับ ท่านเน้นย้ำเสมอว่าหัวใจของนักสืบคือความสนใจในรายละเอียดและการสะสมประสบการณ์จากทุกคดีที่เกิดขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล