ตะลึงทั้งอำเภอ! สัตว์ยักษ์ 10 เมตร ที่ควรอยู่ในทะเลลึก โผล่เกยตื้นในแม่น้ำชุมชน (คลิป)

ตะลึงทั้งอำเภอ! สัตว์ยักษ์ 10 เมตร ที่ควรอยู่ในทะเลลึก โผล่เกยตื้นในแม่น้ำชุมชน (คลิป)

ตะลึงทั้งอำเภอ! สัตว์ยักษ์ 10 เมตร ที่ควรอยู่ในทะเลลึก โผล่เกยตื้นในแม่น้ำชุมชน (คลิป)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตะลึงทั้งอำเภอ "สัตว์ยักษ์" ยาว 10 เมตร โผล่เกยตื้นในแม่น้ำชุมชน ทั้งที่ควรอยู่ในทะเลลึก คนแห่มาเซลฟี่ (คลิป

ชาวบ้านในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอเจงกัล และอำเภอสุไหงเมอนัง จังหวัดโอกัน โกเมอริง อีลีร์ (OKI) บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า เมื่อมีการพบวาฬขนาดมหึมาเกยตื้นอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งตามปกติแล้วสัตว์ชนิดนี้ควรจะอาศัยอยู่ในทะเลลึกมากกว่าที่จะหลงเข้ามาในแม่น้ำ

เหตุการณ์หาดูยากนี้กลายเป็นจุดสนใจในทันที โดยวาฬยักษ์ตัวดังกล่าวติดอยู่ในบริเวณน้ำตื้นและไม่สามารถขยับร่างกายเพื่อว่ายกลับสู่ถิ่นที่อยู่เดิมได้ สภาพของมันสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน

คำบอกเล่าจากชาวบ้านและนาทีพบวาฬยักษ์

จากการรายงานของสื่อท้องถิ่น นายโซเฟียน ชาวบ้านในพื้นที่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ที่พบเห็นวาฬตัวนี้เป็นกลุ่มแรกคือชาวประมงท้องถิ่นที่กำลังออกหาปลาตามปกติ โดยสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาลอยอยู่กลางลำน้ำ

เมื่อเข้าไปใกล้ๆ จึงพบว่าเป็นวาฬขนาดใหญ่ที่เกยตื้นอยู่ ตัวของมันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำค่อนข้างต่ำ ขนาดของวาฬตัวนี้มีความยาวโดยประมาณมากกว่า 10 เมตร

ข่าวการพบสัตว์ยักษ์จากท้องทะเลแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั้งจากการบอกเล่าและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากพากันนั่งเรือ "เกอเตก" (เรือหางยาวท้องถิ่น) เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อถ่ายรูปเซลฟี่และสัมผัสผิวหนังของวาฬตัวนี้จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั่วคราว

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสถานการณ์

ทางด้าน นางเอกา มาร์เดีย นายอำเภอสุไหงเมอนัง ได้ยืนยันรายงานการพบวาฬดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจริงในพื้นที่รอยต่อระหว่างสองอำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมรายละเอียดของเหตุการณ์และหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่วาฬหลงเข้ามาในแม่น้ำอาจเกิดจากระบบนำทางผิดปกติ หรือสภาพร่างกายที่เจ็บป่วยจนทำให้ถูกกระแสน้ำพัดพาเข้ามา ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องเร่งเข้าช่วยเหลือเพื่อนำสัตว์ทะเลรายนี้กลับสู่มหาสมุทรให้เร็วที่สุดก่อนที่ระดับน้ำจะลดต่ำลงไปมากกว่านี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล