หญิงปวดขาซ้ายนึกว่ากระดูกทับเส้น ช็อกหมอแจ้งผลตรวจ ป่วยเป็น "มะเร็งลำไส้ใหญ่"

หญิงปวดขาซ้ายนึกว่ากระดูกทับเส้น ช็อกผลตรวจ หมอบอกป่วยเป็น "มะเร็งลำไส้ใหญ่" เฉลยความเชื่อมโยง โรคลำไส้ทำไมออกอาการที่ขา?
สัญญาณเตือนของร่างกายเพียงเล็กน้อยอาจไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอาการเจ็บปวดตามร่างกายที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร แต่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ ดังเช่นกรณีศึกษาของคนไข้หญิงรายหนึ่งที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดขา แต่ผลตรวจกลับกลายเป็น "มะเร็งลำไส้ใหญ่" ที่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นแล้ว
นายแพทย์เฉิน หรงเจียน (Dr. Chen Rong-jian) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ได้แบ่งปันเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจส่วนตัวถึงกรณีคนไข้หญิงวัย 50 ปีเศษ ที่เข้ามารับการรักษาด้วยอาการ "ชาและปวดที่ขาซ้าย" อย่างต่อเนื่อง โดยในตอนแรกคนไข้ปักใจเชื่อว่าตนเองป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้นประสาท จึงต้องการให้แพทย์ตรวจเช็กเพื่อทำการรักษาตามอาการ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนายแพทย์เฉินได้ทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าอาการปวดของเธอนั้นมีความผิดปกติและไม่เหมือนกับลักษณะอาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาททั่วไป จึงได้ตัดสินใจส่งตรวจอย่างละเอียดด้วยวิธีที่แม่นยำขึ้น จนพบความจริงที่น่าตกใจว่าคนไข้รายนี้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งก้อนเล็กแต่แพร่กระจายเร็ว
สิ่งที่ทำให้คนไข้รายนี้ตกใจอย่างมากคือ เธอไม่มีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับลำไส้เลยแม้แต่น้อย เช่น ท้องผูก ท้องเสีย หรือการขับถ่ายที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการเด่นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ นายแพทย์เฉินระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า:
- ก้อนเนื้อร้ายที่ลำไส้ใหญ่มีขนาดเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น
- มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังกระดูกสันหลังและตับแล้ว
- พบร่องรอยที่น่าสงสัยว่าอาจมีการแพร่กระจายไปยังปอดร่วมด้วย
ด้วยสภาวะที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญหลายส่วน ส่งผลให้คนไข้ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อออกได้ตามขั้นตอนปกติ แต่ต้องเปลี่ยนแนวทางการรักษาไปเป็นการให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เพื่อควบคุมการแพร่กระจายแทน

ทำไมมะเร็งถึงแพร่กระจายได้แม้ก้อนยังเล็ก?
นายแพทย์เฉิน หรงเจียน อธิบายว่ารูปแบบการคุกคามของโรคมะเร็งมี 2 ลักษณะเด่นที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- แบบโตกับที่: เนื้องอกจะค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นในจุดเดิมจนส่งผลกระทบต่ออวัยวะนั้นๆ
- แบบแพร่กระจาย: แม้ก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กมาก แต่เซลล์มะเร็งสามารถหลุดลอยไปตามกระแสเลือดหรือน้ำเหลือง เพื่อไปฝังตัวและเติบโตในอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย (Metastasis)
กรณีของคนไข้รายนี้จัดอยู่ในประเภทที่สอง ซึ่งเซลล์มะเร็งเดินทางไปกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลัง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกปวดและชาที่ขาซ้ายแทนที่จะมีอาการปวดท้องหรือขับถ่ายผิดปกติ แพทย์จึงย้ำเตือนว่าหากมีอาการผิดปกติเรื้อรังแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนที่จะสายเกินแก้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี