เปิดปมในใจ "ปีใหม่" ทุ่มสุดตัวจนลืมรักตัวเอง และความลับที่ทำให้ "ป๋าต๊อบ" ยอมหยุดเพื่อเธอ

เปิดปมในใจ "ปีใหม่" ทุ่มสุดตัวจนลืมรักตัวเอง และความลับที่ทำให้ "ป๋าต๊อบ" ยอมหยุดเพื่อเธอ

เปิดปมในใจ "ปีใหม่" ทุ่มสุดตัวจนลืมรักตัวเอง และความลับที่ทำให้ "ป๋าต๊อบ" ยอมหยุดเพื่อเธอ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รายการ WandOland พบกับคู่รักที่ผ่านบททดสอบชีวิตมามากมาย “ป๋าต๊อบ ปฏิญญา” และ “ปีใหม่ สุมนต์รัตน์” ตั้งแต่เรื่องราวในวันที่ความรักเคย Overdose จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะยาเสพติด ไปจนถึงการบอกรักด้วยคำพูดกับการแสดงออกด้วยการกระทำ ชวนตอบคำถามที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน เรื่องไหนที่อยากให้คนรักพยายามมากกว่านี้ การบอกรักจำเป็นสำหรับชีวิตคู่แค่ไหน? และอะไรคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ยิ้มได้เสมอ จนทำให้มีพื้นที่แห่งความเข้าใจร่วมกัน

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่ได้จากความรักวัยเด็ก ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ตอนที่จะมีความรักครั้งแรกเราก็รู้สึกว่ามันเป็นความสับสนมากเลย ว่าเราอยากได้อะไรเราไม่อยากได้อะไร ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรดี คือความที่ดีมันคิดไว้ในหัว แล้วอะไรที่ไม่ดีเราก็เห็นจากพ่อแม่ ของใหม่มันมีความสับสนมากเลยนะ ตอนเริ่มที่จะรักคิดว่าคบไปงั้น ๆ แหละ แต่พอรักไปแล้วทุ่มสุดตัวมากเลย จนไม่เห็นค่าตัวเอง แล้วก็ลืมตัวเองไปเลย ความรักมันสำคัญมากมันยิ่งใหญ่มากเลยฉันทุ่มไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้ แต่ตอนใหม่มาเจอเขา ใหม่ก็ยังไม่ได้แก้บทเรียนเลยนะ ใหม่ทุ่มสุดตัว จะว่าเป็นวัยเด็กไหม มันเป็นปมสำคัญเลยนะ เหมือนพอมันมีความรักเราอยากได้ความรัก มันสำคัญมากเลยจนฉันยอมทุ่มเททุกอย่าง โดยเฉพาะตอนนั้นแต่งงานแล้ว คบกัน 6 เดือนแต่งงานแล้ว แล้วก็ทุ่มมาขนาดนี้แล้ว ตายเป็นตายอย่างนั้นเลย ถ้าเขาไม่หยุดไม่เลิกเราก็ตายพร้อมกับมันเลย เพราะว่าตอนนั้นมันเป็นเขาใช้เราใช้ เพราะว่ามันเป็นเหมือนกับว่าถ้าเราไม่สามารถพูดให้เขาหยุดได้ เพราะว่าทุกคนทำมาหมดแล้ว เราจะไม่เดินทางเดิม ๆ ที่แฟนทุกคนทำมาแล้วเขาไม่หยุด ดังนั้นเขาบอกเขารักเราก็เลยเอาตัวเราให้เขา ถ้าเขาอยากให้ชีวิตเราดี เขาต้องทำให้มันดี มันขึ้นอยู่กับเขา ดังนั้นเขาใช้ 1 หนูใช้ 2 เขาใช้ 2 หนูใช้ 3 เขาเดินไปใช้เมื่อไหร่ หนูเดินไปใช้ด้วย

เป็นปีเลยไหม ?

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : ปีครึ่งค่ะ

คุณเคยเฉียดตายไหม ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ก็ overdose ไง

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : คือรัก overdose ตรงที่ใหม่ overdose นั่นแหละ ทำให้พี่เปลี่ยนทิศวันที่เห็นใหม่ชัก

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เขาได้เห็นใหม่ตั้งแต่ใหม่ยังไม่ได้ใช้ เริ่มรักกันเขาจีบเรา เราสดใสเป็นดอกไม้บาน พอเรามาอยู่กับเขาเราเริ่มใช้มันกลายเป็นดอกไม้จะตาย แล้วได้ตายเขาได้เห็นทั้งหมด มันเหมือนเขาได้เห็นวงจรผ่านตัวเรา

มีเรื่องไหนที่อยากให้คนรักพยายามกว่านี้ไหม ?

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : พยายามคุยกับพี่เยอะ ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ใหม่มีความรู้ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ใหม่คุยเกี่ยวกับเรื่องใหม่มีความรู้ในสิ่งที่ใหม่ไปรู้มา อ่านมา เขียนมา พี่มีความสุขมากเลย พี่มามีความรู้สึกว่าพี่บรรเจิดกับสิ่งที่ใหม่รู้ แล้วพี่ภาคภูมิใจกับสิ่งที่ใหม่รู้มากว่ามันเก่ง มันรู้มันอ่านเยอะ เขาเพิ่งเริ่มทำอยู่ในวงการเกี่ยวกับเรื่องพลังงานได้ไม่นาน ความรู้แน่นมาก แล้วเมื่อไหร่คุยกับพี่นะ พี่โคตรภูมิใจเลย คุยกับพี่เยอะ ๆ นะ

ถ้าวันนี้ต้องจากกันอยากจากเป็นหรือจากตาย ?

วู้ดดี้ : อยากจากตาย เพราะคำจากตายของผม หมายถึงว่าผมได้เห็นคุณจากไป แล้วก็ตายต่อหน้า ผม ไม่ได้อยากจะแยกกันในชีวิตนี้แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แล้วก็เป็นมนุษย์เป็นคนแล้วก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน (ร้องไห้) ก็เลยคิดว่าคงอยากจากแล้วก็ได้เห็นยูไป จะได้รู้ว่ายูไปออกจากร่างนี้แล้ว แล้วมันทำให้ไอรู้สึกมันสมบูรณ์แบบแล้วมันก็สิ้นสุด แต่ถ้าเกิดจากเป็นแล้วมันเหมือนยังอยู่ในโลกนี้แล้วไอไม่ได้คุยกับยู รู้สึกว่าจะทุกข์มากเลย บางทีเราว่าหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนชีวิตพอมันได้เจอคำถามเซตแบบนี้พี่ต๊อบ มันทำให้รู้สึกมันเบา แค่นี้เอง แล้วมันเป็นการยืนยันกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าหลาย ๆ คู่บางทีเราไม่ได้คุยกัน หรือฟังเรื่องแบบนี้

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จากเป็นไม่ไหวหรอก เพราะว่าคงจะต้องไปส่องชีวิตเขาว่าอยู่กับใคร ห้ามมีคนอื่นเลิกกับเราไป เราหวงนึกออกไหม แต่ว่าต้องไปส่องชีวิตเขา การจากตายอย่างน้อย ๆ ก็รู้ว่าลุกออกจากร่างนี้ ก็ไปยืนรอมารับเขา เพราะว่าพี่คงเสนอตัวเป็นคนมารับเขาอยู่แล้ว ตอนที่เขากำลังจะจากไปนะ เพราะว่าตอนที่กำลังจะจากไปยังไงทุกคนก็จะกลัว

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : แต่ถ้าใหม่ตายก่อน ใหม่จะไม่ไปไหม จะยืนอยู่ข้าง ๆ ใหม่จะเป็นแบบนางฟ้า

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : อย่านะที่รักอันนี้มุกพี่ ที่พี่บอกไงว่าถ้าเกิดว่าพี่ตายก่อนนะ พี่ตายก่อนใหม่ยังอยู่แล้วใหม่มีแฟนใหม่ พี่จะทำยังไงพี่ก็สิงร่างแฟนใหม่ ยังไงก็หนีฉันไม่รอด (หัวเราะ)

ถ้าเกิดมีผู้หญิงคนหนึ่งสวยเดินมา เรา Express ไม่ได้เหรอว่าสวย ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ไม่ได้ ไม่ควรชื่นชมออกหน้าออกตา เขาก็สวยของเขาก็ดีแล้ว ก็ชื่นชมเหมือนเขาเป็นธรรมชาติสวยงาม แต่ไม่จำเป็นต้องออกหน้าออกตากระดี๊กระด๊า

แล้วคุณพูดได้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้สวย ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ใหม่พูดได้ เพราะใหม่ไม่ได้คิดอะไร

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : พี่ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่บอกสวยแค่นี้ (หัวเราะ)

การบอกรักจำเป็นสำหรับชีวิตคู่แค่ไหน ?

โอ๊ต : ภาษารักโอ๊ตไม่ใช่การพูด ไม่ใช่การแสดงความรักผ่านการใช้คำพูด ไม่ใช่การบอกรัก ก็เลยรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่สำคัญมากเท่าการที่อยู่ตรงนั้น แล้วก็เหมือนทำอะไรให้เราเป็นแบบภาษารักโอ๊ตชัดเจน การบริการหรือการทำให้มันไม่ใช่คำพูด แต่โอ๊ตรู้ว่าสำหรับคุณมันคือสิ่งนี้เลย มันคือคำพูดมันคือการบอกรัก ก็เลยทำให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่ของเราแต่ว่ามันสิ่งที่เราต้องทำ การบอกรักไม่ได้จำเป็นสำหรับโอ๊ต แต่ว่ารู้ว่าโอ๊ตต้องทำเพราะว่ามันจำเป็นสำหรับคนที่เรารัก

วู้ดดี้ : เคยคิดนะว่าทำไมเขาไม่บอกรักเราเหมือนที่เราบอกรักเขา ผมสามารถพูดรักนะได้พร่ำเพรื่อมากเลยทั้งวัน รู้ไหมว่าผมรักคุณ รู้ไหมว่าผมรักจนวันหนึ่งก็เขาไม่พูดเลย หรือว่าเราต้องไม่พูด แล้วรู้สึกผิดว่าพูดเยอะเกินไป จนกระทั่งก็มานั่งคุยกันเรื่องภาษารัก ที่มี 5 แบบด้วยกัน เขาบอกว่าของเขาก็คือเป็น Acts of Service (การแสดงความรักผ่านการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ )

โอ๊ต : คือช่วยดูแล ช่วยจัดการ ช่วยโดยการทำโน่นทำนี่ให้อะไรอย่างนี้ แล้วก็บางทีก็ทำไมไม่ทำอะไรให้เราเลย ก็รู้ว่ามันก็ไม่ใช่ภาษาเขา

วู้ดดี้ : 5 ภาษารักประกอบไปด้วย 1 การสัมผัส อันที่ 2 ก็คือการให้ของขวัญ อันที่ 3 ก็คือ Words of affirmation ก็คือภาษารัก

เป็นคนพูดบ้างไหม ทำด้วยพูดด้วยไหม หรือทำอย่างเดียว ?

โอ๊ต : ทำอย่างเดียวโอ๊ตเป็นคนไม่ค่อยพูด คือพอไม่ได้เห็นความสำคัญของมันก็ไม่ได้พูด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของความสัมพันธ์ เพราะว่าเมื่อก่อนเราไม่รู้ว่ามันสำคัญกับเขาแค่ไหน เราก็ไม่ได้พูดแล้วก็ไม่ได้ตอบรับเขาก็รู้สึกขาดว่าทำไมเขาไม่รักเราเลย คือเราก็รู้สึกว่าเราก็แสดงความรักจะตาย เราทำทุกอย่างให้ เราอยู่ตรงนี้ให้ คือเราแสดงด้วยอีกหลาย ๆ อย่างที่เขาไม่ได้รับมันเลย รวมถึงไม่ได้พูดเลย

ถ้าพูดแล้วมันรู้สึกยังไง ?

โอ๊ต : เขิน ๆ นิดหนึ่ง ไม่ใช่เขินเพราะว่าเหมือนแบบเด็ก ถ้ามันไม่ได้อยู่ในโอกาสที่เหมาะสมที่จะพูดว่ามันรู้สึกจริง ๆ ว่าวันนี้อยากพูดนะ ไออยากจะขอบคุณ จะไม่พูดพร่ำเพรื่อ

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : แต่จริง ๆ แล้วก่อนที่เราจะพูดบอกใคร ว่าสมมติเราพูดถึงเรื่องของพลังงานอยู่นะ ว่าเราจะบอกใครสักคนว่าเรารักเขา เราต้องพูดออกมาจากใจ นั่นก็คือการการปลุกตรงนี้ให้ตื่นก่อน ด้วยวิธีไหนก็ตามนะ ด้วยโทนนิ่ง ด้วยลมหายใจด้วยอะไรก็ตาม direct energy มาไว้ตรงนี้ เสร็จแล้วบอกว่าผมรักคุณ มันไม่เหมือนกันกับ ผมรักคุณ ๆ คนที่รับก็รู้สึกไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนพี่ก็นึกว่าต้องให้ ต้องเป็นการให้อะไรสักอย่างก็ไม่รู้แต่ทีนี้ก็ไปติดอีก เพราะคำว่าให้กับคนที่คนรับ ให้ความรักด้วยการให้ทำโน่นทำนี่ให้ แต่คนที่เขารับเขาไม่รู้ แล้วสิ่งที่ให้เรานึกว่าอันนี้สำหรับเราแล้วทำอาหารให้ เราบอกว่าทำอาหารให้ เป็นความรักเราถึงทำให้ แต่คนที่รับเขาก็ไม่ได้คิดว่าการทำอาหารให้คือเป็นการให้ความรักเขาก็ไม่รู้ แล้วเขาก็นึกว่าเขาไม่ได้รับในระหว่างที่เราก็คาดหวังว่าทำไมเราทำแล้วเขาไม่ appreciate แต่เขาไม่รู้นี่ว่ามันรัก หลัง ๆ ก็เลยใช้วิธีการพูดดีกว่า แล้วก็พูดใหม่ว่า “ที่รักเค้ารักนะ” หรือไม่ก็การจับโดยไม่ได้มีเรื่องทางเพศอะไรเข้ามาเกี่ยวเป็นการจับ ก็แค่จับเพื่อที่จะให้เขารับรู้เฉย ๆ แล้วก็ “รักนะ” แต่พี่ก็เรียนรู้ที่จะพูดคำว่ารักนะ เมื่อก่อนนี้พี่ก็พูดไม่เป็น พูดแล้วไม่สบายตัว เพราะว่าคนที่เคยพูดกับพี่ พี่รู้ว่ามันไม่ใช่ สมัยก่อนการกระทำเขาไม่ได้เหมือนที่พูดว่าง่าย ๆ ทำไม่ได้เหมือนที่พูด แต่เขาบอกว่ารักนะ ๆ แต่เขาก็ทิ้งเรา บอกรักนะ ๆ แต่เขาก็เอาไปทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ แล้วไม่มารับอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก พอคนบอกว่ารักนะก็จะโอเคได้

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : สมมุติว่าพี่โอ๊ตตั้งใจทำของสิ่งนี้ให้พี่วู้ดดี้ตามปกติด้วยความรัก พอทำปุ๊บพูดเลยได้ไหม เพราะมันไปพร้อมกันว่ารักนะ มันจะได้เป็นธรรมชาติเขาจะได้รู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพราะรักเราเหรอ มันก็ชัด

วู้ดดี้ : สรุปว่าก็อย่างที่ 4 ก็จะเป็นเรื่อง Acts of Service หรือว่าการดูแล แล้วอันที่ 5 คือการให้เวลา

อยากมีลูกมีครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงไหม ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : หนูไม่อยากมีลูก หนูมีลูกแล้วเป็นน้องสาว แล้วก็ครอบครัวก็มีแล้วเราสร้างด้วยกัน ครอบครัวเก่าก็ยังมีอยู่ สัตว์เลี้ยงมีเยอะมากเยอะจริง ๆ มีนก มีหมา มีแมว

เขาให้ความรักกับเรายังไงบ้าง ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ส่วนใหญ่จะอยู่ด้วยกัน ชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มีเวลาว่างก็จะไปอยู่กับเขา นัวเนียกัน ทั้งนกทั้งหมาทั้งแมว เป็นคนชอบนัวเนีย

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จริง ๆ แล้วทาสแมวพี่เพิ่งเข้าใจไม่นานนี้ มันสั่งพี่ได้ทุกอย่างเลย พอมันมองตามานี่ปุ๊บ มาที่พี่ปุ๊บกระเป๋าทุกอย่างวางหมดเลย เดิน ๆ ไปที่บ้านเห็นแมวนอนอยู่ เขาเรียกว่าเป็นมุมแมว แล้วพอวันไหนคิดมากก็จะแวะไปตามมุมแมว แล้วเล่นกับแมว แล้วก็ให้พลังงานทั้งหมดแล้วดูว่า body language เขาเป็นยังไง เขามีความสุขไหม แล้วให้สมองมันพักก่อน Limbic brain เนี่ยพักก่อน หยุดพูดสักแป๊บหนึ่ง แล้วก็อยู่กับสัตว์เลี้ยง เขาก็เยียวยาเรา

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : แล้วมันทำให้เรามีบทบาทของพ่อและแม่ พ่อและแม่ที่จะแชร์กิจกรรมกัน เธอเอาไปสิ เธอเอาไปหน่อย เธอไปหวีขน เธอไปล้างตูด เธอไปตัดสิ แล้วมันมีกิจกรรมที่เรารักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกัน เขาดีสุขภาพดีเรามีความสุขด้วยกัน เวลาเขาป่วยเราทุกข์ด้วยกัน เขาจะเป็นตัวที่เก็บความทรงจำของพวกเราไว้ เขาจะเป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา เป็นลูกเรานั่นแหละ

อะไรคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้คุณยิ้มได้เสมอ ?

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : แค่มองตาเขายิ้มแล้วจริง ๆ นึกถึงวันที่เจอกันวันแรกที่หันไปปุ๊บแล้วสบตา ผ่านผู้คนมากมายและช่างแต่งหน้าในห้อง และสบตาเขา รู้จักไหมผู้หญิงคนนี้ เราเคยรู้จักมาก่อน ใครทำไมตาสดใสจังเลย

ครั้งแรกรู้สึกปิ๊งเลยไหม ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : หนูยัง เขามาพูดใหม่ก็ยังไม่เชื่อ จีบ ปากหวาน เขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าจริง ๆ

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : พี่ปิ๊งเลย อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ยิ้มได้เสมอเลย ก็คือความหวังที่เราจะไปมีครอบครัวอยู่ด้วยกัน ในบ้านป่าน้ำใสของเรา

ความหวังหมายความว่าอะไรเพราะคุณก็เป็นครอบครัวแล้ว ?

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : ถึงเวลาเรา 60 แล้วนะ เราก็อยากจะออกไปมีบ้านเรา ขอบเขตของเรา ที่บ้านหลังนี้เป็นที่ปลอดภัย ที่ร้องไห้ก็ได้ หัวเราะก็ได้ เรียนรู้การฟังกัน เรียนรู้การอยู่เพื่อกันและกัน ทำทั้ง 5 อย่างเมื่อกี้นี้ที่วู้ดดี้บอกให้สมบูรณ์พร้อม เป็นพื้นที่ๆ เพื่อน ๆ อยากมาเพราะมาแล้วมีความสุข พูดอะไรก็ได้ ร้องไห้เพื่อนก็ไม่ว่า จะหัวเราะเพื่อนก็ไม่ว่า มาทั้งอกหัก อยากจะเป็นบ้านแบบนั้น

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : คือเราจะสร้างอาณาจักรของเราที่นั่นด้วย อาณาจักรนี่หมายความว่าไม่ได้อาณาจักรใหญ่มากหรืออะไร แต่มันเป็นอาณาจักรในใจ เราจะเอาขันธ์รักษาของเราไปไว้ที่นั่น เราอยากจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คนพัฒนาจิตใจตัวเองทำทั้งสติ สมาธิ ปัญญา ให้มันเกิด และพ้นจากทุกข์ แล้วอยู่ท่ามกลางของน้ำและป่า เราอยากมีพื้นที่แบบนั้น พื้นที่ของเราที่มันเป็นทั้งความฝันเป็นทั้งความหวัง ที่มันไม่ใช่แค่เรา ที่ๆ เราจะเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นได้อีก

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : ห้องบำบัดที่เราเห็น มองออกไปยังไงในสายตาของพี่ ก็เห็นน้ำเห็นต้นไม้นึกออกไหม ได้ยินเสียงลมที่มันมาพัดโดนใบไม้กระทบกัน แล้วก็มีผีเสื้ออยู่ทุกที่ มันต้องเป็นอย่างนั้น ที่คนมาอยู่กับพี่ทั้งวัน หรือไม่บางทีอาจจะพักกับพี่คืนนั้นแล้วกลับออกไปรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีแนวทางในการก้าวไป ใช้ชีวิตอย่างมีสติสมาธิและปัญญามากขึ้น

พี่เลิกดื่มเหล้านานรึยัง ?

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : วันนั้นที่น้องไปฉลองบนเรือกับพี่จำได้ไหมจะถึงครบรอบอีกวันแล้วนะ อีกไม่กี่วันพี่ได้ 15 ปีแล้วนะ เลิกทุกอย่าง

เลิกเหล้าแล้วเราเลิกความแพรวพราวด้วยไหม ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เลิกทุกอย่างค่ะ เลิกทุกอย่างแล้ว แล้วหันมาเป็นใหม่

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จีบใหม่ทุกวัน

โอ๊ตจีบวู้ดดี้ทุกวันรึเปล่า ?

โอ๊ต : ยอมรับเลยว่าบางทีก็เหนื่อย บางทีจีบไปครึ่งทางลืม เป็นคนสมาธิสั้น (หัวเราะ)

ป๋าต๊อบเป็นคนหัวโบราณแแล้วถือตัว ?

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เป็นคนหัวโบราณแแล้วถือตัวมากเห็นอย่างนี้นะ ดูเหมือนเขาแบบเรียกว่าแรดใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วเลือกคนมาก เรื่องก็เยอะ พลังงานก็ต้องใช่ แบบจู้จี้จุกจิกแล้วใครจะมาจับตัวมากอด หวงตัวสุด ๆ

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : นี่แก้ข่าวทั้งหมดในชีวิตพี่หมดเลยนะ กับความที่พี่แรดกับความที่พี่เจ้าชู้แล้วก็เลือกผู้หญิงก็ไม่เคยเลือกอะไรอย่างนี้ แสดงว่าพี่เป็นคนเลือกใช่ไหมค่ะ

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เลือกค่ะ เลือกเยอะด้วยก่อนหน้านั้น ก่อนที่พี่จะเลิกสิ่งเสพติดใหม่ไม่รู้จักพี่ แต่ตอนนี้พี่เลือกเยอะมาก

ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จริง ๆ แล้วเป็นคนหวงตัว ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันน่าจะเป็นปม อันนี้คือปมเด็กเป็นเรื่องซีเรียสเลยนะถ้าถามเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นปมตั้งแต่วัยเด็กที่ขาดการอุ้มชู ขาดการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น การกอด ขาดการยอมรับ

 

คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=4_PyCmh8bFw

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ เปิดปมในใจ "ปีใหม่" ทุ่มสุดตัวจนลืมรักตัวเอง และความลับที่ทำให้ "ป๋าต๊อบ" ยอมหยุดเพื่อเธอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล