นักวิทย์ฯ วิจัยสมอง "พระสงฆ์" ผลลัพธ์น่าทึ่ง วิปัสสนากรรมฐานเชื่อมโยงระบบประสาท

นักวิทยาศาสตร์ วิจัยสมอง "พระสงฆ์" ผลลัพธ์น่าทึ่ง วิปัสสนากรรมฐานเชื่อมโยงระบบประสาท
เมื่อสมองเข้าสู่สภาวะสมาธิในระดับลึก ไม่เพียงแต่จะมีความซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำงานได้อย่างแม่นยำอยู่บนขอบเขตที่สมดุลระหว่าง "ความเป็นระเบียบ" และ "ความโกลาหล" งานวิจัยล่าสุดที่ใช้เทคโนโลยี MEG ได้เปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในสมองของผู้ปฏิบัติธรรมระดับอาวุโส
คณะนักวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ ได้ทำการศึกษาเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับแก่นแท้ของการทำสมาธิ โดยได้รับความร่วมมือจากพระภิกษุจำนวน 12 รูป ซึ่งมีชั่วโมงปฏิบัติธรรมเฉลี่ยมากกว่า 15,000 ชั่วโมง นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เครื่องตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสมอง (MEG) ที่มีความละเอียดสูงทั้งในด้านพื้นที่และเวลา เพื่อจับภาพความเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนของสมองในขณะที่เข้าสู่สภาวะ "สมถะ" และ "วิปัสสนา"
1. สมองมีความ "ซับซ้อน" และ "ว่องไว" มากขึ้น
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า การทำสมาธิไม่ใช่การทำให้สมองเข้าสู่สภาวะ "หยุดนิ่ง" แบบง่ายๆ ตรงกันข้าม สัญญาณสมองของพระภิกษุแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในระดับที่สูงมาก โดยผลการวิจัยระบุว่าในขณะปฏิบัติธรรมทั้งสองรูปแบบ สัญญาณสมองมีความซับซ้อนสูงกว่าสภาวะพักปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่าสมองกำลังมีการประมวลผลข้อมูลที่เข้มข้นและหลากหลายขึ้น
นอกจากนี้ ในขณะทำสมาธิ "ความสัมพันธ์ระยะยาว" (Long-range correlation) ของสมองยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าสมองกำลังลดการพึ่งพาสภาวะในอดีตลงอย่างตั้งใจ เพื่อบรรลุสภาวะแห่งการ "อยู่กับปัจจุบัน" อย่างแท้จริง
- การลดลงของ LRTC ในช่วงคลื่นแกมมา: สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มเซลล์ประสาทไม่ได้ติดกับดักอยู่ในรูปแบบสัญญาณเดิมๆ จากอดีตอีกต่อไป
2. สมดุลทองคำระหว่างความเป็นระเบียบและความโกลาหล
การค้นพบทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในงานวิจัยนี้คือเรื่องของ Critical Dynamics การทำสมาธิโดยเฉพาะแบบวิปัสสนาช่วยให้สมองเคลื่อนที่เข้าใกล้จุดวิกฤตของการเปลี่ยนสถานะ สภาวะนี้ทำให้สมองมีความสามารถในการรักษาความสมดุลภายในใจ (Homeostasis) ในขณะเดียวกันก็ยังมีความไวต่อการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอกในระดับสูง

3. แก้ไขความเข้าใจผิด: คลื่นแกมมาที่ถูกเข้าใจผิดมานาน
ในวงการวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่าการทำสมาธิช่วยเพิ่มคลื่นแกมมา (Gamma waves) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ได้ใช้การปรับแก้ที่เรียกว่า "1/f Slope Correction" เพื่อตัดเสียงรบกวนเบื้องหลังของสมองออกไป และพบว่าพลังงานของคลื่นแกมมาที่แท้จริงกลับมีแนวโน้มลดลง สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการทำสมาธิช่วยลดการประมวลผลเสียงรบกวนจากภายนอก เพื่อให้เกิด "การโฟกัสภายใน" อย่างแท้จริง
4. พลังของการฝึกฝน: ระยะเวลาปฏิบัติส่งผลต่อสมอง
ข้อมูลระบุว่า ระยะเวลาในการปฏิบัติธรรมของพระภิกษุมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการปรับสมดุลของสมอง การฝึกฝนในระยะยาวไม่เพียงแต่เปลี่ยนสภาวะในขณะทำสมาธิเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สมองมีความยืดหยุ่นและมีความสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นอีกด้วย
สมองของเหล่าพระภิกษุบอกเราว่า ความสงบไม่ใช่การที่สมอง "ปิดการทำงาน" แต่คือการหาจุดศูนย์ถ่วงให้เจอท่ามกลางสมดุลที่มีความไวต่อการตอบสนองสูงสุด การทำสมาธิคือการหล่อหลอมสมองอย่างประณีต เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะรักษาความแจ่มใสและความมั่นคงภายในใจท่ามกลางความโกลาหลของโลกใบนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี