"สุชาติ" ยกเหตุผลมั่นใจ ชนะใส เดือด! ถูกร้องนับคะแนนเขต 1 ใหม่ ลั่นถ้าได้เท่าเดิม ใครรับผิดชอบ

“สุชาติ” ลั่นไม่กังวลนับคะแนนใหม่ ชี้ถ้าผลเหมือนเดิมใครรับผิดชอบ เปรียบฝ่ายเรียกร้องเหมือนเด็กร้องอยากได้ลูกอม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย เขต 1 จังหวัดชลบุรี ออกมาชี้แจงกรณีกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ โดยยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวล พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากมีการนับคะแนนใหม่แล้วผลออกมาเหมือนเดิม กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวจะรับผิดชอบอย่างไร
นายสุชาติให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า กระแสเรียกร้องดังกล่าวมาจากกลุ่มผู้นำทางความคิดบางกลุ่มที่เคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในความเป็นจริง กระบวนการเลือกตั้งทุกหน่วยมีผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองร่วมอยู่แล้ว และสามารถทักท้วงความผิดปกติได้ทันทีตามกฎหมาย
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 168 หน่วย ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากมีข้อสงสัยใด ๆ ต้องดำเนินการตามช่องทางกฎหมาย ไม่ใช่การปลุกกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย
นายสุชาติย้ำว่า ผลคะแนนที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ตนเองได้ประมาณ 45,700 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชนได้ราว 41,000 คะแนน ห่างกันเกือบ 5,000 คะแนน ซึ่งถือเป็นผลที่ชัดเจน และไม่ควรนำไปสร้างความขัดแย้งในสังคม พร้อมย้ำว่าการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย
“ผมไม่กังวลเลย ผมทุ่มเทหาเสียงมา 4 เดือนเต็ม ตื่นตี 4 ตี 5 ออกไปไหว้รถวันละ 400–500 คัน หน้าดำ ตัวดำ ทุกคะแนนที่ได้มาคือคะแนนบริสุทธิ์จากประชาชน” นายสุชาติกล่าว พร้อมย้ำว่าขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. ในการพิจารณาว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่
นายสุชาติยังเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของฝ่ายที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งว่า เหมือน “เด็กที่อยากกินลูกอม พอไม่ได้ก็ร้องไห้งอแง” พร้อมตั้งคำถามว่า หากยังไม่สามารถยอมรับกติกาได้ จะไปบริหารประเทศได้อย่างไร โดยยกตัวอย่างว่า ในเขตเลือกตั้งอื่นของจังหวัดชลบุรี พรรคของตนแพ้ด้วยคะแนนเพียงหลักร้อยก็ยังไม่ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่
ส่วนกรณีที่มีภาพเอกสารหรือใบนับคะแนนถูกนำไปทิ้งเป็นขยะ นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ กปน. และ กกต. ที่ต้องตรวจสอบตามขั้นตอน เนื่องจากเอกสารเลือกตั้งทุกฉบับต้องมีการลงนามและส่งต่อไปยัง กกต. จังหวัด หากมีข้อสงสัยควรใช้ช่องทางกฎหมายหรือร้องต่อศาล ไม่ใช่ตัดสินจากภาพในโซเชียลมีเดีย
ขณะที่กรณีคลิปในโลกออนไลน์ที่อ้างว่ามีเงินแนบมากับบัตรแนะนำตัว นายสุชาติชี้แจงว่า มีการแจกบัตรแนะนำตัวจำนวนมากกว่า 200,000–300,000 ใบ ซึ่งใครจะนำไปใช้หรือดัดแปลงอย่างไรเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีไว้แล้ว
นายสุชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า นักการเมืองทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง หากมีการนับคะแนนใหม่และผลออกมาเหมือนเดิม ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือปลุกปั่นควรออกมารับผิดชอบต่อสังคม พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาข้อมูลจากสื่อออนไลน์อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี