อันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว

อันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว

อันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจาะลึก "ภาษาอังกฤษคนไทย" ปี 2025 ร่วงหรือรุ่ง? เมื่อเทียบเพื่อนบ้านอาเซียน

ในปี 2025 ท่ามกลางกระแสโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และการสื่อสารไร้พรมแดน คำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ "ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทย" กำลังเดินหน้าไปในทิศทางใด ซึ่งผลลัพธ์ล่าสุดจากดัชนีชี้วัดระดับโลกได้ให้คำตอบที่น่ากังวลว่า สถานการณ์ของไทยกำลังอยู่ในภาวะ "ร่วง" อย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับมาตรฐานโลกและเพื่อนบ้านในอาเซียน

บทความนี้จะพาไปสำรวจข้อมูลเชิงลึก จัดอันดับ และวิเคราะห์สาเหตุ โดยอ้างอิงจากรายงานที่เชื่อถือได้ระดับสากล เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนที่สุด

ภาพรวมปี 2025: ไทยรั้งท้ายในกลุ่ม "ต่ำมาก"

จากการรายงานของ EF Education First ซึ่งได้จัดทำดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ หรือ EF EPI (EF English Proficiency Index) ประจำปี 2025 โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้าสอบกว่า 2.2 ล้านคนทั่วโลก ระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มระดับความสามารถทางภาษา "ต่ำมาก" (Very Low Proficiency)

ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยอยู่ใน อันดับที่ 116 จากทั้งหมด 123 ประเทศทั่วโลก โดยมีคะแนนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 402 คะแนน ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย เพราะคะแนนลดลงถึง 13 คะแนนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี 2567 ที่ได้ 415 คะแนน)

จัดอันดับอาเซียน: ใครรุ่ง ใครร่วง?

เมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ข้อมูลจาก EF EPI 2025 ชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน โดยไทยรั้งตำแหน่ง "รองบ๊วย" ของภูมิภาค ชนะเพียงแค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น โดยมีลำดับคะแนนดังนี้:

  • อันดับ 1 มาเลเซีย: คะแนน 581 (ระดับสูง - High)
  • อันดับ 2 ฟิลิปปินส์: คะแนน 569 (ระดับสูง - High)
  • อันดับ 3 เวียดนาม: คะแนน 500 (ระดับปานกลาง - Moderate)
  • อันดับ 4 อินโดนีเซีย: คะแนน 471 (ระดับต่ำ - Low)
  • อันดับ 5 ลาว: คะแนน 461 (ระดับต่ำ - Low)
  • อันดับ 6 เมียนมา: คะแนน 444 (ระดับต่ำมาก - Very Low)
  • อันดับ 7 ไทย: คะแนน 402 (ระดับต่ำมาก - Very Low)
  • อันดับ 8 กัมพูชา: คะแนน 390 (ระดับต่ำมาก - Very Low)

จะเห็นได้ว่า มาเลเซียและฟิลิปปินส์ยังคงครองความเป็นผู้นำในภูมิภาคด้วยระดับความสามารถขั้น "สูง" ในขณะที่เวียดนามมีการพัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับ "ปานกลาง" ทิ้งห่างประเทศไทยไปไกลถึง 52 อันดับในเวทีโลก

เจาะลึกจุดอ่อน: อ่านพอได้ แต่ "พูด-เขียน" วิกฤต

หากวิเคราะห์ลึกลงไปในรายละเอียดของคะแนน จากรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งอ้างอิงผลคะแนนแยกทักษะของ EF EPI พบว่าทักษะของคนไทยมีความไม่สมดุลอย่างมาก ดังนี้:

  • ทักษะการอ่าน (Reading): 416 คะแนน (ดีที่สุดใน 4 ทักษะ)
  • ทักษะการฟัง (Listening): 385 คะแนน
  • ทักษะการพูด (Speaking): 377 คะแนน
  • ทักษะการเขียน (Writing): 363 คะแนน (ต่ำที่สุด)

ข้อมูลจาก EF Education First วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทักษะการพูดและการเขียนของไทยต่ำที่สุด สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่ทักษะการพูดมักถูกละเลยในระบบการศึกษาที่เน้นการสอบวัดระดับมากกว่าการใช้งานจริง ในขณะที่ทักษะการอ่านทำได้ดีกว่าเพราะสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองผ่านสื่อออนไลน์และเครื่องมือแปลภาษา

พัทยาชนะกรุงเทพฯ? เจาะพื้นที่และช่วงอายุที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้คือ ความสามารถทางภาษาอังกฤษไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวง โดยข้อมูลจาก Eduzones ระบุสถิติที่น่าสนใจไว้ดังนี้:

  • เมืองที่ทำคะแนนสูงสุด: พัทยา (474 คะแนน)
  • กรุงเทพมหานคร: ได้เพียง 400 คะแนน
  • ภูมิภาคที่คะแนนสูงสุด: ภาคกลาง (438 คะแนน)

ในด้านช่วงอายุ กลุ่มคนที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดคือกลุ่ม อายุ 26-30 ปี (คะแนนเฉลี่ย 481) ซึ่งเป็นวัยทำงานที่อาจต้องใช้ภาษาในการประกอบอาชีพ ในขณะที่กลุ่มเยาวชนหรือนักเรียนกลับไม่ได้มีคะแนนสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาในโรงเรียนอาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการเก่งภาษา

บทวิเคราะห์: ทำไมไทยถึง "ร่วง" ในยุค AI

จากบทความของ MGR Online และ กรุงเทพธุรกิจ ได้มีการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ดังนี้:

  • การเรียนการสอนแบบท่องจำ: ระบบการศึกษายังเน้นไวยากรณ์และการสอบ (Grammar-translation) มากกว่าการสอนเพื่อการสื่อสาร (Communicative Language Teaching) ทำให้ผู้เรียนขาดความมั่นใจในการพูด
  • กับดักเทคโนโลยี: แม้จะมี AI ช่วยแปลภาษา แต่รายงาน EF EPI ระบุว่า AI ยังไม่สามารถทดแทน "ความเป็นธรรมชาติและบริบททางสังคม" ได้ ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบในการสั่งงานและใช้ประโยชน์จาก AI ที่มักพัฒนาเป็นภาษาอังกฤษก่อน
  • ขาดสภาพแวดล้อม: ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความเห็นผ่าน MGR Online ว่า การเรียนรู้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน ไม่มีการสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

สรุป: วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข

สรุปได้ว่า สถานะ ภาษาอังกฤษคนไทย ในปี 2025 อยู่ในเกณฑ์ "ร่วง" อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญในอาเซียนอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย การที่ไทยรั้งอันดับ 116 ของโลก สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีแปลภาษาเพียงอย่างเดียว

ทางออกสำคัญตามข้อเสนอแนะในรายงาน คือการลงทุนฝึกทักษะเชิงปฏิบัติ (พูดและเขียน) และบูรณาการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับการใช้ AI อย่างชาญฉลาด เพื่อไม่ให้คนไทยเสียเปรียบในตลาดแรงงานโลก

แหล่งอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล