กล่องแก้วอุ่นผิดวิธี เสี่ยงระเบิดแตก! นักดับเพลิงเตือน อย่าใช้ครัวเป็นสนามทดลอง

เตือนแล้วนะ! กล่องข้าวแก้ว "ระเบิดคาตา" แค่พลาดนิดเดียว เผยวิธีอุ่นผิดชีวิตเปลี่ยน
ในยุคที่หลายบ้านหันมาใช้ "กล่องถนอมอาหารแบบแก้ว" เพื่อความสะดวกในการเตรียมอาหาร เพราะล้างง่ายและดูสะอาดตา แต่รู้หรือไม่ว่าความเข้าใจผิดเล็กน้อยเกี่ยวกับคำว่า "เข้าไมโครเวฟได้" หรือ "ทนความร้อน" อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมในครัวได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกมาเตือนว่า อย่าทำพฤติกรรมเสี่ยงที่เหมือนการ "กู้ระเบิด" โดยไม่รู้ตัว
พฤติกรรมเสี่ยง: จาก "ช่องฟรีซ" สู่ "ความร้อนสูง" ทันที
หลายคนกลับถึงบ้านด้วยความหิว รีบหยิบกล่องแก้วที่แช่แข็งไว้ (อุณหภูมิ -18 องศา) แล้วโยนเข้าเตาอบที่วอร์มไว้ร้อนจัด (200 องศา) หรือใส่หม้อนึ่งที่น้ำกำลังเดือดทันที หารู้ไม่ว่าคุณกำลังทำการทดลองวิทยาศาสตร์ที่อันตรายที่สุดที่เรียกว่า "Thermal Shock" หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน
แก้วเป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดีนัก เมื่อเจอกับความต่างของอุณหภูมิที่รุนแรง ผิวด้านนอกจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แกนกลางยังเย็นจัดและหดตัวอยู่ แรงดันมหาศาลนี้จะทำให้แก้วที่แม้จะเป็นกระจกนิรภัย ทนไม่ไหว จนเกิดการ "ระเบิด" แตกกระจายคาเตา ทำให้อาหารมื้อนั้นต้องทิ้งทั้งหมด แถมยังต้องมานั่งเก็บกวาดเศษแก้วที่อันตรายอีกด้วย
iStockphoto
ทางรอดคือ "ใจเย็น" และให้เวลา
แม้จะเป็นกล่องแก้วแบรนด์ดังราคาแพง ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอมตะ เพื่อป้องกันการแตกโพละ สิ่งสำคัญคือคำว่า "ช้าๆ" ต้องให้เวลาแก้วได้ปรับอุณหภูมิ วิธีที่ดีที่สุดคือนำออกจากช่องแช่แข็งมาพักไว้ในช่องธรรมดาล่วงหน้า 1 คืน
แต่หากเร่งด่วนจริงๆ ให้นำกล่องแก้วมาล้างด้วย "น้ำประปาอุณหภูมิห้อง" สักพักเพื่อให้คลายความเย็นลงก่อน ห้ามนำจากช่องฟรีซเข้าแหล่งกำเนิดความร้อนโดยตรงเด็ดขาด ยอมเสียเวลาละลายน้ำแข็ง 5 นาที ดีกว่าเสียเวลา 2 ชั่วโมงมานั่งเก็บกวาดเศษแก้ว
อีก 2 จุดตายที่หลายคนมองข้าม
นอกจากเรื่องอุณหภูมิแล้ว ยังมีอีก 2 ข้อห้ามสำคัญ คือ 1. ฝาพลาสติก: ห้ามนำเข้าไมโครเวฟหรือหม้อนึ่งเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้ฝาบิดเบี้ยวและอาจปล่อยสารเคมีอันตรายออกมาปนเปื้อนอาหาร 2. ห้ามตั้งเตาไฟโดยตรง: อย่าเผลอนำกล่องแก้วไปตั้งบนเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าโดยตรง เพราะนั่นไม่ใช่แค่การอุ่นอาหาร แต่คือการเผาทำลายกล่องแก้วให้พังพินาศทันที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี