ศ.ดังฟันธง เด็กพูดเก่ง vs เด็กพูดน้อย อีก 20 ปี ชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะสิ่งนี้!!

ศ.ดังฟันธง เด็กพูดเก่ง vs เด็กพูดน้อย อีก 20 ปี ชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะสิ่งนี้!!

ศ.ดังฟันธง เด็กพูดเก่ง vs เด็กพูดน้อย อีก 20 ปี ชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะสิ่งนี้!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิทยาศาสตร์เผย! ทำไมเด็ก "ช่างจ้อ" ถึงมีโอกาสรอดในยุค AI มากกว่าเด็กพูดน้อย?

ในยุคที่ AI กำลังครองเมือง พ่อแม่หลายคนกังวลว่าลูกจะโตไปทำอาชีพอะไร? ล่าสุด ศาสตราจารย์เผย ไค่ผิง (Peng Kaiping) จากมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของจีน ได้ออกมาไขข้อข้องใจผ่านบทสัมภาษณ์ที่ทำให้พ่อแม่ต้องฉุกคิด

ท่านระบุว่า "ความสามารถในการสื่อสาร" คือกุญแจสำคัญ และเด็กที่ "ช่างพูด" กับเด็กที่ "เงียบขรึม" อาจมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในอีก 20 ปีข้างหน้า ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ดังนี้

1. ยุค AI ครองเมือง "คนพูดเป็น" คือผู้รอด

เมื่อถูกถามว่า "คนแบบไหนที่ AI แทนที่ไม่ได้?" ศาสตราจารย์เผยระบุชัดเจนว่ามี 2 ทักษะหลัก คือ 1. การคิดเชิงซับซ้อน และ 2. ทักษะการสื่อสาร

การ "พูดเป็น" ในที่นี้ไม่ใช่แค่พูดน้ำไหลไฟดับ แต่คือความสามารถในการเจรจา โน้มน้าว และลดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่เนียนเท่ามนุษย์ คนที่สื่อสารเก่งจึงมีโอกาสคว้าความสำเร็จได้มากกว่า ทั้งในแง่การงานและความสัมพันธ์

2. ยิ่งพูดเยอะ = เนื้อสมองยิ่งแน่น (วิทยาศาสตร์ยืนยัน!)

ความเชื่อที่ว่า "พูดมาก = ฉลาด" ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง ย้อนไปปี 1861 Pierre Paul Broca นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบศูนย์ควบคุมภาษาในสมองฝั่งซ้าย ยืนยันว่าภาษาสัมพันธ์กับสมองโดยตรง

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยในวารสาร Nature ได้สแกนสมองเปรียบเทียบระหว่าง "คนพูดน้อย" กับ "คนที่ทำงานด้านภาษา/การแสดง" พบว่า กลุ่มคนที่ใช้ภาษาเก่งมีความหนาแน่นของ "เนื้อสมองสีเทา" (Gray Matter) มากกว่า ซึ่งเนื้อสมองส่วนนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความฉลาด ความจำ และการคิดวิเคราะห์

3. "การพูด" คือการลับคมความคิด

John D. Rockefeller ราชาบ่อน้ำมันผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า "ทุกบทสนทนา คือกระบวนการทางความคิด"

ลองสังเกตดูครับ เด็กที่ชอบพูดมักจะมีสมองที่ "ตื่นตัว" ตลอดเวลา เพราะก่อนจะพูดออกมาได้ สมองต้องประมวลผล เรียบเรียงตรรกะ และจินตนาการคำพูดอย่างรวดเร็ว เด็กกลุ่มนี้จึงมักเชื่อมโยงข้อมูลเก่ง และมีความคิดที่ยืดหยุ่นกว่า

4. ความสงสัยที่ "ลึก" กว่า

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าช่วง 2-3 ขวบ คือช่วงระเบิดทางภาษา เด็กทุกคนจะเริ่มถามว่า "ทำไม?" แต่ความต่างอยู่ที่:

  • เด็กพูดน้อย: ถามว่า "ทำไมพระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออก?" พอได้คำตอบว่า "เป็นกฎธรรมชาติ" ก็จะจบแค่นั้น
  • เด็กช่างพูด: จะไม่จบแค่คำตอบแรก แต่จะถามต่อว่า "แล้วกฎธรรมชาติคืออะไร?", "พระจันทร์ก็เป็นเหมือนกันไหม?"

การ "กัดไม่ปล่อย" ทางความคิดนี้เอง ที่เมื่อสะสมไปนานเข้า 20 ปี จะสร้างภูมิปัญญาและคลังความรู้ที่แตกต่างกันมหาศาล

ดังนั้น หากลูกของคุณเป็นเด็ก "ช่างจ้อ" อย่าเพิ่งรำคาญหรือดุให้เขาเงียบ เพราะนั่นคือสัญญาณว่าสมองเขากำลังเติบโต หน้าที่ของพ่อแม่คือการเป็น "คู่ซ้อม" ในการสนทนา เพื่อเปลี่ยนการ "พูดมาก" ให้กลายเป็นความสามารถในการ "สื่อสารอย่างชาญฉลาด" ในอนาคต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล