"ขลึงเอก" กัมพูชา คือต้นกำเนิดว่าวเมื่อ 2,000 ปี ก่อนถูกไทยเคลม จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อกล่าวอ้างไทยลอกเลียนแบบขลึงเอกของกัมพูชา นำมาดัดแปลงมาเป็นว่าวเพื่อการกีฬา จริงหรือไม่?
ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลและข้อความกล่าวอ้างว่า "ประเทศไทยลอกเลียนแบบว่าวขลึงเอกของกัมพูชา เพื่อนำมาดัดแปลงเป็นว่าวเพื่อการกีฬาของไทย" ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้สร้างความเข้าใจผิดและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในเชิงวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงความถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์
คำถาม
จริงหรือไม่ที่ประเทศไทยลอกเลียนแบบว่าวขลึงเอกของกัมพูชามาดัดแปลงเป็นว่าวเพื่อการกีฬา และไม่มีวัฒนธรรมการเล่นว่าวเป็นของตนเองตามที่มีการกล่าวอ้าง?
การตรวจสอบ
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าว่าวเป็นวัฒนธรรมร่วมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหลายประเทศในแถบนี้มีการเล่นว่าวมาอย่างยาวนาน สำหรับประเทศไทยมีหลักฐานการเล่นว่าวปรากฏมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมีการพัฒนาอย่างชัดเจนในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
จากการตรวจสอบกระบวนการทางประวัติศาสตร์ พบว่าว่าวไทยมีพัฒนาการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะ "ว่าวจุฬา" และ "ว่าวปักเป้า" ซึ่งมีการกำหนดรูปแบบและกติกาการแข่งขันที่เป็นมาตรฐานสากลในรูปแบบกีฬาพื้นบ้านมานานนับร้อยปี
ข้อมูลที่ระบุว่าไทยลอกเลียนแบบ "ขลึงเอก" (Kleng Ek) ของกัมพูชาจึงไม่เป็นความจริง เนื่องจากทั้งสองวัฒนธรรมต่างมีการพัฒนารูปแบบว่าวของตนเองตามบริบทสังคมและภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้นๆ
นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้ยืนยันว่ายังไม่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานวิชาการใดๆ ระบุว่าไทยลอกเลียนแบบว่าวมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างเป็นว่าวกีฬาในภายหลัง ข้อมูลดังกล่าวจึงถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความขัดแย้งทางวัฒนธรรม
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง ประเทศไทยมีวัฒนธรรมการเล่นว่าวและว่าวกีฬาที่มีเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์มายาวนานโดยไม่ปรากฏหลักฐานการลอกเลียนแบบจากขลึงเอกของกัมพูชาตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี