หนุ่มเปิดดูคลิปหวิว ช็อกเจอ "ตัวเอง" กับแฟนเริงรักในโรงแรม ไลฟ์สดคนดูเป็นหมื่น!

หนุ่มเปิดดูคลิปหวิว ช็อกเจอ "ตัวเอง" กับแฟนเริงรักในโรงแรม ไลฟ์สดคนดูเป็นหมื่น!

หนุ่มเปิดดูคลิปหวิว ช็อกเจอ "ตัวเอง" กับแฟนเริงรักในโรงแรม ไลฟ์สดคนดูเป็นหมื่น!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หนุ่มช็อก! เปิดดูคลิปโป๊เจอ "ตัวเอง" กับแฟนกำลังเริงรัก ที่แท้โดนแอบถ่ายสดจากโรงแรม คนดูเป็นหมื่น

เรื่องราวสุดสะเทือนขวัญที่เปลี่ยนสถานะจาก "คนดู" กลายเป็น "ผู้เสียหาย" ในชั่วพริบตา เมื่อ "เอริค" (นามสมมติ) หนุ่มฮ่องกงที่กำลังไถดูคลิปวิดีโอวาบหวิวในกลุ่มลับ Telegram ตามปกติ แต่ต้องตะลึงสุดขีดเมื่อพบว่าคู่รักในคลิปที่กำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งนั้นคือ ตัวเขาและแฟนสาว!

ฝันร้ายจากทริปหวาน

เอริคจำได้ทันทีว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ตอนที่เขาและแฟนสาว "เอมิลี่" ไปพักค้างคืนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ทั้งคู่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าในห้องพักส่วนตัวจะมี "กล้องรูเข็ม" ซุกซ่อนอยู่ และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ภาพกิจกรรมเข้าจังหวะของพวกเขาถูก "ไลฟ์สด" ไปยังกลุ่มลับที่มีสมาชิกนับหมื่นคนคอยจ้องมองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก

เปิดโปงธุรกิจมืด "ไลฟ์สด" จากห้องพัก

จากการสืบสวนเจาะลึกของ BBC นานกว่า 18 เดือน พบขบวนการค้ากามดิจิทัลที่น่าขนลุก:

  • เครือข่ายมหึมา: พบกล้องแอบถ่ายกว่า 180 ตัว ซ่อนอยู่ในโรงแรมต่างๆ และยังเปิดใช้งานอยู่
  • ระบบสมาชิก: ลูกค้าต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน (ประมาณ 450 หยวน หรือราว 2,000 บาท) เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการดู "ไลฟ์สด" จากห้องพัก 5 ห้องพร้อมกัน โดยสามารถกดดูย้อนหลังหรือดาวน์โหลดเก็บไว้ได้
  • เหยื่อไม่รู้ตัว: เมื่อลูกค้าเสียบการ์ดไฟในห้องพัก กล้องจะเริ่มทำงานทันที โดยที่เหยื่อไม่มีทางรู้ตัว

iStockphoto

ซ่อนเนียนกริบ! เครื่องตรวจจับก็หาไม่เจอ

ความน่ากลัวของเทคโนโลยีมิจฉาชีพคือ กล้องเหล่านี้มักซ่อนอยู่ในช่องระบายอากาศ และต่อสายตรงเข้ากับระบบไฟของอาคาร ทำให้มันทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องชาร์จแบตฯ แม้แต่นักท่องเที่ยวที่พก "เครื่องตรวจจับกล้อง" ไปด้วย ก็มักจะหาไม่เจอ

แม้ทีมข่าว BBC จะแกะรอยจนเจอกล้องตัวหนึ่งและถอดออกได้ แต่กลุ่มมิจฉาชีพกลับไม่สะทกสะท้าน รีบเปิดใช้งานกล้องสำรองในห้องอื่นทันที พร้อมคุยโวในกลุ่มลับว่า "นี่คือความเร็วของระบบเรา เจ๋งไหมล่ะ?"

แผลใจที่ไม่มีวันหาย

แม้เอริคจะพยายามร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์มอย่าง Telegram แต่การตอบสนองกลับล่าช้าและยากลำบาก ปัจจุบันทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าพักโรงแรม และต้องสวมหมวกปิดบังใบหน้าเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพราะกลัวว่าจะมีใครจำได้จากคลิปที่ถูกเผยแพร่ออกไป

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล