เครื่องดื่มชนิดนี้ วันละ 2 แก้ว เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากถึง 91%

ดื่มแอลกอฮอล์ 2 แก้วต่อวัน เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่พุ่งสูงขึ้น 91%
ปัจจัยด้านการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์แปรรูปสูง ใยอาหารต่ำ ภาวะอ้วน และการขาดการออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยที่ทราบกันดีว่าเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Cancer) แต่ผลการศึกษาล่าสุดได้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายอีกด้านของการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต
ดร. เอริกกา ลอฟท์ฟิลด์ (Erikka Loftfield) นักวิจัยจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Cancer Institute) และทีมผู้วิจัยได้เปิดเผยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cancer ซึ่งระบุว่าพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์หนักสะสมมาตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้นจนถึงวัยสูงอายุ มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนทวารหนัก
การดื่มสะสมตลอดช่วงชีวิตกับความเสี่ยงมะเร็ง
งานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 88,092 ราย ผ่านโครงการคัดกรองมะเร็ง PLCO โดยแบ่งพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อสัปดาห์ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ น้อยกว่า 1 แก้ว, 1 ถึง 7 แก้ว, 7 ถึง 14 แก้ว และ 14 แก้วขึ้นไปต่อสัปดาห์ (หรือประมาณ 2 แก้วขึ้นไปต่อวัน) ผลการศึกษาที่สำคัญมีดังนี้:
- ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอย่างสม่ำเสมอ (14 แก้วขึ้นไปต่อสัปดาห์) มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักสูงกว่าผู้ที่ดื่มน้อย (Light Drinkers) ถึง 91%
- ติ่งเนื้อในลำไส้: นักวิจัยพบว่าแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการเกิด "อะดีโนมา" (Adenoma) หรือเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งถือเป็นระยะเริ่มต้นก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต
- ข่าวดีสำหรับการเลิกดื่ม: ข้อมูลระบุว่าผู้ที่เคยดื่มหนักแต่ "เลิกดื่ม" ได้สำเร็จ มีความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกอะดีโนมาลดลง และความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะค่อยๆ ลดลงจนใกล้เคียงกับผู้ที่ดื่มน้อย

ความแตกต่างของตำแหน่งการเกิดมะเร็ง
ผลการวิเคราะห์เจาะลึกลงไปพบว่า การดื่มหนักมีความเชื่อมโยงกับมะเร็งทวารหนัก (Rectal Cancer) มากที่สุด อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่ากลุ่มที่ดื่มระดับปานกลาง (7 ถึง 14 แก้วต่อสัปดาห์) กลับมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Distal Colon Cancer) ต่ำกว่ากลุ่มที่ดื่มน้อยเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี นายแพทย์ริชาร์ด คัลเดอโรน (Richard Calderone) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและอายุรศาสตร์ ให้ความเห็นผ่าน Medical News Today ว่าผลลัพธ์ในกลุ่มดื่มปานกลางนี้อาจเกิดจากปัจจัยรบกวนอื่นๆ (Confounding factors) เช่น พฤติกรรมการดูแลสุขภาพด้านอื่นของอาสาสมัคร ไม่ใช่เกิดจากประโยชน์ทางชีวภาพของแอลกอฮอล์โดยตรง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: เลิกดื่มตอนนี้ยังไม่สาย
นายแพทย์แอนตัน บิลชิก (Anton Bilchik) ศัลยแพทย์ด้านมะเร็งและผู้อำนวยการสถาบันมะเร็ง Providence Saint John’s ระบุว่างานวิจัยนี้ให้ความหวังว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากการลดปริมาณการดื่มสามารถนำไปสู่การลดลงของติ่งเนื้อในลำไส้และลดโอกาสเกิดมะเร็งได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบันคำแนะนำทางการแพทย์เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งชนิดอื่นๆ คือการจำกัดปริมาณการดื่มให้เหลือน้อยที่สุด หรือหากเป็นไปได้คือการ "ไม่ดื่มเลย" เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


