ตีแผ่พฤติกรรม "แอบแซ่บ-คบชู้ในที่ทำงาน" ทำไมถึงเกิดขึ้นบ่อย? และเสี่ยงอะไรบ้าง?

ตีแผ่พฤติกรรม "แอบแซ่บ-คบชู้ในที่ทำงาน" ทำไมถึงเกิดขึ้นบ่อย? และเสี่ยงอะไรบ้าง?

ตีแผ่พฤติกรรม "แอบแซ่บ-คบชู้ในที่ทำงาน" ทำไมถึงเกิดขึ้นบ่อย? และเสี่ยงอะไรบ้าง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สำหรับที่ทำงานหรือ ออฟฟิศ ไม่ใช่แค่สถานที่ทำมาหากิน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนใช้เวลาร่วมกันวันละหลายชั่วโมง

ความใกล้ชิด การทำงานเป็นทีม และการแบ่งปันความเครียด กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์บางอย่าง “เลยเส้น” ได้ง่ายกว่าที่คิด จนเกิดพฤติกรรมที่เรียกกันติดปากว่า “แอบแซ่บ” หรือการมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวทั้งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคู่แล้ว

แม้จะดูเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผลกระทบมักลุกลามไปไกลกว่าที่หลายคนคาด และเกือบทุกคู่ล้วนมีจุดจบของเรื่องที่ไม่สวย

essman

ทำไมความสัมพันธ์ในที่ทำงานถึงพัฒนาเป็นชู้สาวได้ง่าย?

1. ความใกล้ชิดจากการใช้เวลาร่วมกันนาน
เพื่อนร่วมงานคือคนที่เราเจอแทบทุกวัน บางครั้งใช้เวลาด้วยกันมากกว่าคนรักที่บ้าน ความคุ้นเคยจึงค่อยๆพัฒนาเป็นความผูกพันทางอารมณ์ได้โดยไม่รู้ตัว

2. การแบ่งปันความเครียดและปัญหาชีวิต
ที่ทำงานมักเป็นพื้นที่ระบายความเหนื่อยล้า ความกดดัน หรือปัญหาครอบครัว เมื่อมีใครสักคนคอยรับฟัง เข้าใจ และให้กำลังใจ ความรู้สึกใกล้ชิดอาจลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป

3. บรรยากาศที่เปิดโอกาสให้สนิทกันง่าย
การทำโปรเจกต์ร่วมกัน เดินทางไปทำงานต่างจังหวัด กินข้าว เลิกงานพร้อมกัน ล้วนเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว

4. ความรู้สึก “ไม่มีใครรู้”
หลายคนเชื่อว่าที่ทำงานคือพื้นที่ลับสายตาครอบครัว และคิดว่าสามารถแยกชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการทำงานออกจากกันได้ แต่ในความเป็นจริง ข่าวลือในออฟฟิศมักแพร่กระจายเร็วเสมอ

istockphoto-1551645458-640x64

สัญญาณเตือนว่าเริ่ม “เลยเส้น”

  • แชตคุยเรื่องส่วนตัวบ่อยกว่างาน

  • แอบนัดเจอกันลับๆนอกเวลางานโดยไม่บอกใคร

  • เริ่มปิดบังโทรศัพท์ หรือโกหกคนรักเรื่องการทำงาน

  • รู้สึกหึงหวงหรือคาดหวังทางอารมณ์จากอีกฝ่าย

เมื่อความสัมพันธ์ต้อง “ซ่อน” นั่นมักเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเส้นแบ่งทางจริยธรรมกำลังถูกข้ามไปแล้ว

5-telltale-signs-of-cheating-

ผลกระทบที่มากกว่าความสัมพันธ์สองคน

1. กระทบชีวิตคู่และครอบครัว
ความสัมพันธ์ลับๆ มักจบลงด้วยความเจ็บปวด ความไว้ใจพังทลาย และอาจนำไปสู่การเลิกรา หย่าร้าง หรือปัญหาครอบครัวระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อมีลูกเข้ามาเกี่ยวข้อง

2. บรรยากาศการทำงานเสีย
เมื่อความสัมพันธ์แตกหรือถูกเปิดเผย อาจเกิดการแบ่งฝ่าย ความอึดอัด และดราม่าในทีม ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง

3. กระทบภาพลักษณ์และความก้าวหน้าในอาชีพ
บางองค์กรมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในที่ทำงาน โดยเฉพาะหากเป็นความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง อาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรม หรือเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน จนกระทบตำแหน่งหน้าที่

4. ผลทางกฎหมายและวินัยองค์กร
ในบางกรณี ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การร้องเรียนเรื่องการคุกคามทางเพศ การใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือการลงโทษทางวินัย

istock-933111680-guuxdc

ทำอย่างไรไม่ให้เผลอถลำลึก?

  • ตั้งขอบเขตชัดเจนกับเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัว

  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ล่อแหลม เช่น การอยู่สองต่อสองบ่อยๆโดยไม่จำเป็น

  • หากรู้ตัวว่าเริ่มมีความรู้สึก ควรถอยออกมาประเมินผลกระทบระยะยาว

  • สื่อสารและดูแลความสัมพันธ์กับคนรักของตนเองให้ดี อย่าปล่อยให้ความห่างเหินเปิดช่องให้คนอื่นเข้ามาแทนที่

resizer

บทสรุป

ความสัมพันธ์ในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป หากทั้งสองฝ่ายโสดและโปร่งใส แต่เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพันธะอยู่แล้ว พฤติกรรม “แอบแซ่บ” มักนำมาซึ่งผลกระทบมากกว่าความสุขชั่วคราว ทั้งต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และหน้าที่การงาน

เส้นแบ่งระหว่าง “เพื่อนร่วมงานที่สนิท” กับ “ชู้รัก” อาจบางกว่าที่คิด และการหยุดคิดให้รอบคอบตั้งแต่แรก อาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ที่ตามมาในภายหลัง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล