ไล่เรียงดราม่า "สีดอหูพับ" ช้างป่าตายระหว่างกรมอุทยานฯ เคลื่อนย้าย อ้อยยังคาปาก

ไล่เรียงดราม่า "สีดอหูพับ" ช้างป่าตายระหว่างกรมอุทยานฯ เคลื่อนย้าย อ้อยยังคาปาก

ไล่เรียงดราม่า "สีดอหูพับ" ช้างป่าตายระหว่างกรมอุทยานฯ เคลื่อนย้าย อ้อยยังคาปาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไล่เรียงดราม่า "สีดอหูพับ" ช้างป่าตายระหว่างกรมอุทยานฯ วางยาสลบเคลื่อนย้าย สำลักอ้อยตายคาปาก

กลายเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจคนรักสัตว์ทั่วประเทศ เมื่อ "สีดอหูพับ" ช้างป่าชื่อดังที่มีภาพจำสุดน่ารักจากการแอบในป่าอ้อยกับคู่หูอีกตัวที่ชื่อ "งาจิ๋ว" ได้เสียชีวิตลงระหว่างภารกิจเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังจังหวัดเลย เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางคำถามและข้อสงสัยจากสังคมถึงสาเหตุการสูญเสียในครั้งนี้

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงถึงความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจภายใต้คำสั่งศาลปกครอง และขั้นตอนการทำงานที่เกิดขึ้นทั้งหมด

คำชี้แจงจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงกรณีช้างป่าเพศผู้ “สีดอหูพับ” อายุราว 15–20 ปี เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย และต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายก่อนหน้านี้

การเคลื่อนย้ายดำเนินการตาม คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนและอนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยหากไม่ปฏิบัติตามจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล กรมอุทยานฯ ระบุว่าได้เตรียมการตามมาตรฐานสากล ใช้ทีมสัตวแพทย์ คำนวณยาสลบเหมาะสม ติดตามสัญญาณชีพ และจัดท่าลดการกดทับทางเดินหายใจ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางช้างเกิดภาวะวิกฤตฉับพลัน ทีมสัตวแพทย์ช่วยเหลือฉุกเฉินเต็มที่แต่ไม่สำเร็จ เบื้องต้นคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการ “สำลักอาหาร” ทั้งนี้ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุ กรมอุทยานฯ ได้ตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสอบสวนทุกขั้นตอน ชันสูตรซากเชิงลึก ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการจับ–เคลื่อนย้ายสัตว์ป่า และจะรายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส พร้อมยืนยันจะนำบทเรียนไปพัฒนาการจัดการปัญหาคน–ช้างป่าให้คำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนและสวัสดิภาพสัตว์อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

อีจัน

เสียงสะท้อนจากใจ "หนูนา กัญจนา" ถึงสิทธิของหูพับ

ภายหลังความสูญเสีย คุณกัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรมอุทยานฯ โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญ ดังนี้:

"คุณพูดออกมาได้ยังไงว่าหูพับอายุ 15-20 นักวิจัยและคนที่ติดตามหูพับประเมินว่าหูพับอายุแค่ประมาณ 10 ขวบ คุณจะทำให้คนรู้สึกว่า หูพับไม่ใช่ช้างเด็ก จะได้ไม่ต้องสงสารหรือยังไง? ในคำแถลง ยังมีการพ่วงว่าหูพับทำร้ายคนสองชีวิต ทำไมไม่บอกรายละเอียดด้วยล่ะว่าที่มาที่ไปมันคือยังไง ทำไมหูพับถึงทำเช่นนั้น คุณพยายามโยงให้เห็นว่าหูพับเป็นฝ่ายผิดตลอด"

"สาเหตุการตายอ้างว่า หูพับสำลักอาหาร ยิ่งบ่งบอกว่าคุณไม่รอบคอบพอในการวางยาเขา ช้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคน ก่อนจะวางยาคนยังต้องอดอาหาร 8-10 ชม. นี่หูพับยังมีอ้อยคาปากอยู่เลย ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะสำลักอาหารตาย คุณยังมีแผนการย้ายอีกสองสามตัว คุณมีจิตสำนึกจะทบทวนไหม? มีจิตเมตตาที่จะอุทธรณ์ศาลแทนช้างไหม? สำนึกในหน้าที่บ้างไหม?"

"จริงอยู่ที่ว่ากรมอุทยานฯ ต้องทำตามคำสั่งศาลแล้วกรมฯ ที่สมควรมีหน้าที่ดูแลสัตว์ป่า เคยช่วยพูดแทนหูพับไหมว่า ขอร้องศาลใช้วิธีอื่นได้ไหม คุณทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ดิฉันจะขอพูดแทนหูพับ และอีกหลายชีวิตเอง ถ้าหูพับเป็นคน หูพับก็คงมีทนายมาแก้ต่างข้อหานะคะ แต่มันเป็นกรรมของหูพับที่เกิดมาเป็นช้าง จึงไม่มีทนาย คนกล่าวหายังไง ตัดสินเขายังไง ก็ต้องรับทั้งหมด"

"แล้วถ้าหูพับเป็นคน การถูกวางยาจนตายก็ต้องมีคนรับผิดชอบต่อชีวิตเขานะคะ สิทธิอย่างเดียวที่หูพับมีคือการได้อยู่บนโลกนี้ ได้หากินในป่าที่เป็นบ้านของเขา แต่สุดท้ายแล้วสิทธินั้นก็ยังถูกพรากไป รวมทั้งชีวิตของเขา คำพูดที่ว่า 'คนที่ไม่ได้อยู่พื้นที่ตรงนั้นไม่เดือดร้อนนี่' คุณยังส่งเสียงได้ แล้วช้างที่อยู่บนผืนป่าบ้านของเขาส่งเสียงอะไรได้บ้าง การที่มีเหตุช้างทำคนตาย มูลเหตุมาจากอะไรช้างก็บอกไม่ได้ หลายตัวที่ถูกคนยิงตาย ถูกรั้วไฟฟ้าตาย มีใครที่เป็นคนทำ ถูกดำเนินการอย่างจริงจังบ้าง"

"คำแนะนำที่ดีจาก คุณหมอเผด็จ ศิริดำรง ก็มี หน่วยงานรู้จักอ่านบ้างนะ สู่ภพภูมิที่ดีนะ หูพับ อโหสิกรรมให้กับใครก็ตามที่ทำหนู เพราะพวกเขาต้องได้รับกรรมตามกฎแห่งกรรมเองอยู่แล้ว หนูไปเกิดใหม่ ไม่ต้องเป็นช้างอีกแล้วนะ ช้างป่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน กรมอุทยานฯ มีหน้าที่ดูแลปกป้อง และคนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะหวงแหนและรักษา"

ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง

เสียงสะท้อนจาก "ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง"

ในขณะเดียวกัน ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง ช่างภาพที่ติดตามถ่าย "หูพับ" มายาวนาน ได้โพสต์ข้อความวอนขอความเห็นใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้:

"ผมเข้าใจดีว่าทุกคนมีความโกรธ ความเศร้า และความทุกข์ใจจากเหตุการณ์ที่สีดอหูพับล้มลงไป แต่ขอร้องให้เราทุกคนใช้สติให้มากกว่าอารมณ์นะครับ อย่าเอาความรู้สึกเกลียดชังเหล่านั้นไปปาใส่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในอุทยานแห่งชาติหรือในพื้นที่อื่นๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว การที่พวกเขาไม่ออกมาพูดหรือแสดงออก ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะพวกเขาเป็น “เจ้าหน้าที่” ที่ต้องทำงานกับเหตุการณ์เหล่านี้โดยตรง"

"หลายคนอาจไม่รู้ว่า เบื้องหลังแล้วเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยต้องหลบไปร้องไห้ ต้องเสียใจอย่างหนัก เพราะพวกเขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับช้างมากที่สุด ดูแลช้างมาตลอด และหลายๆนายอาจมากกว่าผม ความเศร้าและความเสียใจไม่ได้เกิดขึ้นกับประชาชนเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทุกคน และเมื่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามแผน ไม่มีใครเสียใจไปมากกว่าเขา #เพียงแต่พวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ต้องออกมาแก้ตัวหรืออธิบายให้ใครเข้าใจ #เสียงร้องไห้ในใจของพวกเขา #อาจจะดังกว่าเสียงที่เราร้องกันอยู่ตอนนี้ก็ได้"

"ขอให้เราเห็นใจ และส่งกำลังใจให้กันเถอะครับ เพราะไม่ใช่แค่ช้างป่าที่พวกเขาต้องดูแล แต่ยังมีผืนป่าและสัตว์ป่าอีกจำนวนมากที่ยังต้องฝากชีวิตไว้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในทุกพื้นที่ของประเทศไทย อยากให้เรากลับมาถามตัวเราเองด้วยว่า ในตอนนี้เหตุการณ์นี้ จะช่วยให้เรามีส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าที่เหลืออยู่ได้อย่างไรและด้วยวิธีใดบ้าง ขอบพระคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ #ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่อุทยาน"

ทางด้าน หมอล็อต ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ได้แชร์ข้อความนี้ไปยังหน้าเฟซบุ๊กด้วย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องนำมาทบทวนร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของมนุษย์และสวัสดิภาพของสัตว์ป่าควบคู่กันไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล