อ่านไม่ผิด! หนุ่มตามหาแม่จนเจอ สุดท้ายเลือกหย่ากับเมีย แล้วอยู่กินฉันชู้สาวกับแม่ตัวเอง

อ่านไม่ผิด! หนุ่มตามหาแม่จนเจอ สุดท้ายเลือกหย่ากับเมีย แล้วอยู่กินฉันชู้สาวกับแม่ตัวเอง

อ่านไม่ผิด! หนุ่มตามหาแม่จนเจอ สุดท้ายเลือกหย่ากับเมีย แล้วอยู่กินฉันชู้สาวกับแม่ตัวเอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เว็บไซต์ irishmirror รายงานเรื่องราวสุดบ้าคลั่ง เมื่อชายชาวอเมริกันรายหนึ่งตกเป็นข่าวใหญ่ หลังตัดสินใจยุติชีวิตแต่งงานของตัวเอง เพื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ "แม่แท้ๆ" ที่เพิ่งตามหากันเจอหลังพลัดพรากกว่า 30 ปี

คิม เวสต์ หญิงชาวสหราชอาณาจักรวัย 50 ปี ให้กำเนิดลูกชายชื่อ เบน ฟอร์ด ตั้งแต่เธออายุเพียง 19 ปี ขณะเดินทางไปศึกษาอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่พร้อมเลี้ยงดู เธอจึงตัดสินใจยกลูกให้ครอบครัวอื่นอุปการะเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังคลอด ก่อนเดินทางกลับสหราชอาณาจักร
1770270910822
ตลอดเวลากว่า 3 ทศวรรษ ทั้งสองไม่มีการติดต่อกันเลย กระทั่งปี 2013 เบน ซึ่งขณะนั้นแต่งงานแล้วและใช้ชีวิตอยู่ในรัฐโคโลราโด เริ่มต้นตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด จนพบข้อมูลของ คิม และส่งจดหมายติดต่อไป

จากการสื่อสารผ่านจดหมายและโทรศัพท์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และในปี 2014 พวกเขานัดพบกันตัวต่อตัว ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตทั้งสองฝ่าย

รายงานระบุว่า ความสัมพันธ์ได้ก้าวข้ามขอบเขตแม่ลูก และกลายเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวในเวลาไม่นาน เบน ยอมรับภายหลังว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นรุนแรงมาก จนส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่กับภรรยาของเขาในขณะนั้น
499254
ด้าน คิม เล่าว่า เธอรู้สึกหึงหวงและไม่สบายใจเมื่อเห็นลูกชายอยู่กับภรรยา พร้อมอ้างว่าอีกฝ่ายไม่พอใจที่เธอใช้เวลากับ เบน มากเกินไป กระทั่งความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย และไม่นานหลังจากนั้น เบน ตัดสินใจยุติชีวิตแต่งงาน แล้วย้ายไปอยู่กับ คิม ที่รัฐมิชิแกน

เมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นด้านกฎหมาย เนื่องจากรัฐมิชิแกนมีกฎหมายระบุว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างเครือญาติใกล้ชิด แม้จะเป็นผู้ใหญ่และยินยอมพร้อมใจกัน ก็ถือเป็นความผิดร้ายแรง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี และต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำผิดทางเพศตลอดชีวิต

ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมและสื่อ ทั้งสองเลือกหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ควรถูกมองว่าเป็นการร่วมประเวณีระหว่างเครือญาติในความหมายทั่วไป
1770271012088
ทั้งคู่ให้เหตุผลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับแนวคิดที่เรียกว่า “Genetic Sexual Attraction” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ยังเป็นข้อถกเถียง อธิบายว่าญาติสายเลือดที่เพิ่งมาพบกันในวัยผู้ใหญ่อาจเกิดความรู้สึกดึงดูดทางเพศได้ เนื่องจากไม่มีสายสัมพันธ์แบบครอบครัวตั้งแต่วัยเด็ก

คิม ยืนยันหนักแน่นว่าเธอไม่มองความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นเรื่องต้องห้าม และเชื่อว่าทั้งสอง “ถูกกำหนดมาให้คู่กัน” ขณะที่ เบน ระบุว่าเขาไม่เคยมองเธอในบทบาทของแม่ แต่ในฐานะคู่รัก แถมยังทิ้งท้ายด้วยว่า "พวกเรามีเซ็กซ์ที่ทำให้แทบคลั่ง"

แม้คำอธิบายดังกล่าวจะถูกผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากตั้งคำถามและวิจารณ์อย่างหนัก แต่ทั้งสองยังคงยืนกรานในจุดยืนของตนเอง และเคยแสดงความตั้งใจอยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคตอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล