วิจัยล่าสุด ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 40% เกิดจาก 3 ตัวการร้าย ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้

วิจัยล่าสุด ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 40% เกิดจาก 3 ตัวการร้าย ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้

วิจัยล่าสุด ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 40% เกิดจาก 3 ตัวการร้าย ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัยล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 40% ทั่วโลก เกิดจาก 3 ตัวการร้าย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้

เนื่องในวันมะเร็งโลกปี 2026 (4 กุมภาพันธ์) สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์มะเร็งทั่วโลกครั้งสำคัญผ่านวารสาร Nature Medicine โดยระบุว่าเกือบ 40% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกอาจไม่ต้องเผชิญกับโรคร้าย หากมีการป้องกันที่ถูกต้อง

รายงานฉบับนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประเมินภาระโรคมะเร็งที่ป้องกันได้ในระดับโลกอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 185 ประเทศและภูมิภาค มะเร็ง 36 ชนิด และปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ 30 ประการ โดยเป็นครั้งแรกที่นำ "การติดเชื้อก่อมะเร็ง 9 ชนิด" มารวมอยู่ในเกณฑ์การประเมินร่วมกับปัจจัยด้านพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

3 ตัวการร้าย: บุหรี่ การติดเชื้อ และแอลกอฮอล์

ข้อมูลจากการประเมินในปี 2022 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลก 18.7 ล้านราย โดย 37.8% หรือประมาณ 7.1 ล้านราย สัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ดังนี้:

  • ยาสูบ (Tobacco): ยังคงเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่ป้องกันได้ โดยเป็นสาเหตุของมะเร็งรายใหม่ถึง 15.1% สารก่อมะเร็งในบุหรี่ทำลาย DNA โดยตรงและก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด
  • การติดเชื้อ (Infections): ตามมาเป็นอันดับ 2 คิดเป็น 10.2% ได้แก่ เชื้อ HPV ที่ก่อมะเร็งปากมดลูก, ไวรัสตับอักเสบบีที่ก่อมะเร็งตับ และเชื้อแบคทีเรีย เอช. ไพโลไร (H. pylori) ที่ก่อมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • การดื่มแอลกอฮอล์ (Alcohol): อยู่อันดับ 3 คิดเป็น 3.2% แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลาย DNA และส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนในร่างกายจนกระตุ้นการเกิดมะเร็ง

มะเร็ง 3 ชนิดที่ครองสัดส่วนเกือบครึ่ง

ในบรรดามะเร็งที่ป้องกันได้ทั้งหมด มีมะเร็ง 3 ชนิดที่ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของเคสทั้งหมด:

  1. มะเร็งปอด: สัมพันธ์โดยตรงกับการสูบบุหรี่และมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่สามารถ "ปลุก" เซลล์มะเร็งที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น
  2. มะเร็งกระเพาะอาหาร: ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เอช. ไพโลไร ซึ่งการกำจัดเชื้อนี้ด้วยยาปฏิชีวนะสามารถลดความเสี่ยงได้มหาศาล
  3. มะเร็งปากมดลูก: เกือบทั้งหมดเกิดจากเชื้อ HPV ซึ่งเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้ด้วยการ "ฉีดวัคซีน"

ช่องว่างระหว่างเพศและภูมิภาค

รายงานเผยให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจ โดยพบว่าผู้ชายมีสัดส่วนมะเร็งที่ป้องกันได้สูงถึง 45.4% ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ 29.7% เนื่องจากผู้ชายมีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่า

ในภูมิภาค เอเชียตะวันออก พบสัดส่วนมะเร็งที่ป้องกันได้ในเพศชายสูงที่สุดถึง 57% เนื่องจากอัตราการสูบบุหรี่และการติดเชื้อ เอช. ไพโลไร ที่แพร่หลาย ส่วนในแอฟริกาใต้สะฮารา การติดเชื้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งสูงถึง 80% ของเคสที่ป้องกันได้

แนวทางการป้องกัน: สิ่งที่คุณทำได้ในตอนนี้

Isabelle Soerjomataram รองหัวหน้าฝ่ายเฝ้าระวังโรคมะเร็งของ IARC ระบุว่าข้อมูลนี้คือแผนที่นำทางสำหรับการลดจำนวนผู้ป่วยให้เข้าใกล้ศูนย์มากที่สุด โดยสาธารณชนสามารถเริ่มต้นได้เองดังนี้:

  • เลิกบุหรี่: ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่สายเกินไป หลังเลิกบุหรี่ 10 ปี ความเสี่ยงมะเร็งปอดจะลดลง 50%
  • ฉีดวัคซีน: เข้ารับวัคซีน HPV และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีตามกำหนด
  • จำกัดแอลกอฮอล์: งานวิจัยชี้ว่า "ไม่มีระดับการดื่มที่ปลอดภัย" การงดดื่มดีที่สุดต่อร่างกาย
  • คุมน้ำหนักและออกกำลังกาย: ความอ้วนสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ: การตรวจพบในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายได้อย่างมาก

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เพียงเล็กน้อยในวันนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณไม่ต้องเป็น 1 ใน 7.1 ล้านคนของสถิติมะเร็งในปีถัดไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล