"กระเพาะเป็นอัมพาต" หญิงอดอาหาร 12 ชม. แต่ข้าวเน่าเต็มท้อง หมอชี้ตัวการช็อก ยาที่ฉีด!!

"กระเพาะเป็นอัมพาต" หญิงอดอาหาร 12 ชม. แต่ข้าวเน่าเต็มท้อง หมอชี้ตัวการช็อก ยาที่ฉีด!!

"กระเพาะเป็นอัมพาต" หญิงอดอาหาร 12 ชม. แต่ข้าวเน่าเต็มท้อง หมอชี้ตัวการช็อก ยาที่ฉีด!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อุทาหรณ์สายผอม! หญิงวัย 54 "กระเพาะเป็นอัมพาต" อดอาหาร 12 ชม. แต่ข้าวเต็มท้อง หมอชี้เป้าตัวการคือ "ยาฉีดลดน้ำหนัก"

เรื่องราวเตือนภัยสำหรับคนที่กำลังมองหาทางลัดในการลดความอ้วน เมื่อหญิงวัย 54 ปี ต้องหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้องทรมานแสนสาหัส แพทย์ส่องกล้องดูถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าในกระเพาะยังเต็มไปด้วยเศษอาหาร ทั้งที่คนไข้งดน้ำงดอาหารมานานกว่า 12 ชั่วโมงแล้ว!

อดอาหารครึ่งวัน แต่ทำไมข้าวยังเต็มท้อง?

เคสนี้ได้รับการเปิดเผยโดย นพ. สวี ปิ่งอี้ (Dr. Xu Bingyi) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันหนาน ในไต้หวัน เล่าว่าคนไข้หญิงรายนี้มีรูปร่างท้วม เข้ามารับการรักษาด้วยอาการจุกเสียดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่อย่างรุนแรง

เมื่อแพทย์ทำการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ก็พบภาพที่น่าตกใจ คือภายในกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้น ยังมีเศษอาหารตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ตามหลักการแพทย์แล้ว คนไข้ที่อดอาหารมา 12 ชั่วโมง กระเพาะควรจะว่างเปล่า สิ่งนี้บ่งชี้ชัดเจนว่าเธอกำลังเผชิญกับภาวะ "กระเพาะอาหารเป็นอัมพาต" (Gastroparesis)

ต้นตอคือ "ยาฉีดลดน้ำหนัก"

จากการซักประวัติพบว่า คนไข้ได้ซื้อ "ยาฉีดลดน้ำหนัก" (กลุ่ม Semaglutide หรือ Liraglutide ที่กำลังเป็นกระแส) มาใช้ โดยฉีดไปทั้งหมด 3 เข็มในระยะเวลา 2 เดือนกว่าๆ

เธอเล่าว่าเริ่มมีอาการแน่นท้องตั้งแต่ฉีดเข็มที่ 2 และแม้จะหยุดยาไปแล้วถึง 3 สัปดาห์ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งปวดทนไม่ไหวต้องมาโรงพยาบาล ซึ่งหมอระบุว่ายาประเภทนี้ออกฤทธิ์โดยการ "ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร" ทำให้อาหารค้างอยู่นานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานและลดความอยากอาหาร แต่หากใช้ยาเกินขนาดหรือเพิ่มปริมาณเร็วเกินไป ก็จะทำให้กระเพาะหยุดทำงานจนเป็นอัมพาตได้นั่นเอง

4 ข้อควรระวัง ก่อนคิดจะฉีด "ยาผอม"

คุณหมอสวี ได้ฝากคำเตือน 4 ข้อสำคัญ เพื่อไม่ให้การทำสวยต้องแลกมาด้วยสุขภาพที่พังทลาย:

  1. ต้องให้แพทย์สั่งจ่ายเท่านั้น: ห้ามซื้อยาฉีดลดน้ำหนักมาใช้เองเด็ดขาด เพราะเป็นยาควบคุม
  2. ค่อยๆ ปรับยา: ต้องเริ่มจากปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่ม ห้ามใจร้อนเพิ่มโดสยาเร็วเกินไป เพราะกระเพาะจะปรับตัวไม่ทัน
  3. สังเกตสัญญาณเตือน: หากมีอาการจุกเสียดรุนแรง ปวดลิ้นปี่ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดภาวะกระเพาะเป็นอัมพาต ตับอ่อนอักเสบ หรือถุงน้ำดีอักเสบ ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที
  4. ระวังกล้ามเนื้อหาย: ระหว่างใช้ยาต้องเน้นทานโปรตีนและออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อสลาย

คำเตือนสำคัญ! คนจะผ่าตัดต้อง "หยุดยา"

คุณหมอยังทิ้งท้ายด้วยคำเตือนระดับความเป็นความตายว่า เนื่องจากยานี้ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนาน ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดและดมยาสลบ ต้องแจ้งแพทย์และ "หยุดยา" ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการสำลักเศษอาหารลงปอดระหว่างดมยาสลบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบติดเชื้อและเสียชีวิตได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล