หญิงแปรงฟันด้วยน้ำเกลือทุกวัน ตามสูตรพื้นบ้าน หวังดูแลเหงือก 1 ปีผ่านไป ผลตรวจทำอึ้งทั้งบ้าน!

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อใช้ "น้ำเกลือ" แปรงฟันทุกวันแทนยาสีฟัน หญิงรายหนึ่งลองทำ หวังดูแลเหงือก-ลดอักเสบ 1 ปีต่อมา ผลตรวจทำอึ้งทั้งบ้าน
เรื่องราวของหญิงวัย 50 ปีรายหนึ่งในประเทศจีน กลายเป็นอุทาหรณ์ด้านสุขภาพช่องปาก หลังเธอยึดมั่นการแปรงฟันด้วยน้ำเกลือเจือจางวันละสองครั้งต่อเนื่องนานหนึ่งปี โดยเชื่อว่าเป็นวิธีพื้นบ้านที่ช่วยฆ่าเชื้อ เสริมสร้างเหงือก และป้องกันฟันโยก แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับความคาดหวังอย่างสิ้นเชิง
หญิงรายนี้เล่าว่า เธอได้ยินวิธีดังกล่าวจากเพื่อนบ้านในชุมชน ซึ่งบอกต่อกันมาว่าเป็น “น้ำยาบ้วนปากธรรมชาติ” ที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ครอบครัวเคยพยายามห้ามเพราะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ แต่เธอยังคงทำต่อไปด้วยความเชื่อมั่น
ผลตรวจสุขภาพช่องปาก หลังผ่านไป 1 ปี
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี เธอเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันตามปกติ สิ่งที่แพทย์พบคือ ฟันไม่ได้ขาวขึ้นตามที่หวัง เหงือกเริ่มร่น ช่องว่างระหว่างฟันกว้างขึ้น และมีอาการเสียวฟันชัดเจนเมื่อรับประทานอาหารร้อนหรือเย็น แม้จะไม่พบการอักเสบรุนแรง แต่แพทย์อธิบายว่า การใช้น้ำเกลือเป็นประจำได้ทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเหงือก ทำให้เนื้อฟันค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา
แพทย์ยังระบุว่า เกลือมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียจริง แต่ต้องใช้ในความเข้มข้นที่เหมาะสม และไม่ควรใช้แทนยาสีฟันในระยะยาว เพราะช่องปากเป็นระบบนิเวศที่มีทั้งแบคทีเรียที่ดีและไม่ดี การรบกวนสมดุลนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
น้ำเกลือไม่ใช่คำตอบของปัญหาเหงือกและฟัน
ความเชื่อที่ว่าเหงือกอักเสบหรือฟันโยกเกิดจาก “ความร้อนในร่างกาย” ทำให้หลายคนหันไปพึ่งน้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการ แต่ในความเป็นจริง สาเหตุหลักของโรคเหงือกคือคราบพลัคและหินปูน ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟันด้วยน้ำเกลือเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยการทำความสะอาดจากทันตแพทย์
กรณีที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ บางคนใช้เกลือหยาบถูเหงือกโดยตรง ซึ่งแพทย์เปรียบเทียบว่าไม่ต่างจากการใช้กระดาษทรายขัดผิว ส่งผลให้เหงือกร่น รากฟันโผล่ และเกิดอาการเสียวฟันเรื้อรัง ซึ่งยากต่อการแก้ไขในภายหลัง
ความเข้าใจผิดของคนรุ่นเก่า กับการดูแลช่องปาก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมักเชื่อวิธีดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม เพราะกังวลเรื่องสารเคมีในผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ จึงมองว่าน้ำเกลือหรือสมุนไพรปลอดภัยกว่า แต่ในความเป็นจริง ยาสีฟันในปัจจุบันมีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ และมีสารขัดถูอ่อนโยนที่ปลอดภัยต่อเหงือกมากกว่าเกลือ
การใช้น้ำเกลือเป็นวิธีดูแลช่องปากเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงไม่สามารถป้องกันโรคได้ แต่ยังอาจทำลายกลไกป้องกันตามธรรมชาติของช่องปากในระยะยาวอีกด้วย
ทันตแพทย์แนะ วิธีดูแลฟันที่ถูกต้อง
แพทย์แนะนำว่า สุขภาพช่องปากที่ดีควรเริ่มจากการแปรงฟันอย่างถูกวิธี วันละสองครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ครั้งละอย่างน้อยสองนาที ควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟัน และการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
หลังได้รับคำแนะนำ หญิงรายนี้ค่อยๆ เลิกใช้น้ำเกลือแปรงฟัน และหันมาดูแลช่องปากตามหลักการแพทย์ ภายในไม่กี่เดือน สภาพเหงือกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอาการเสียวฟันก็ลดลงจนแทบไม่รบกวนชีวิตประจำวัน
บทเรียนจากเรื่องจริง
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า วิธีดูแลสุขภาพที่ดูเหมือนไม่อันตราย อาจซ่อนความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง วงการแพทย์ไม่ได้ปฏิเสธภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่ย้ำว่าควรใช้ควบคู่กับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ น้ำเกลืออาจมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา
ฟันอาจเป็นอวัยวะเล็กๆ แต่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม อย่าปล่อยให้ความเชื่อผิดๆ กลายเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพที่ต้องแก้ไขไปอีกหลายปี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี