ไขปริศนาสามก๊ก! ทำไม "ขงเบ้ง" สั่งเสียให้เอา "ข้าวสาร 7 เมล็ด" ใส่ปากหลังสิ้นใจ?

ไขปริศนาสามก๊ก! ทำไม "ขงเบ้ง" สั่งเสียให้เอา "ข้าวสาร 7 เมล็ด" ใส่ปากหลังสิ้นใจ?

ไขปริศนาสามก๊ก! ทำไม "ขงเบ้ง" สั่งเสียให้เอา "ข้าวสาร 7 เมล็ด" ใส่ปากหลังสิ้นใจ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่? ทำไมต้อง "ข้าวสาร 7 เมล็ด" ของในปาก "ขงเบ้ง" มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด

เปิดกุศโลบายสุดท้ายของ "จูกัดเหลียง" หรือ "ขงเบ้ง" แม้ตัวตายแต่ยังหลอก "สุมาอี้" ได้จนหัวหมุน กับคำสั่งเสียปริศนา "อมข้าวสาร 7 เมล็ด-จุดโคมที่ปลายเท้า" แท้จริงแล้วมีความหมายซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง!

ในวรรณกรรมเอกอย่าง "สามก๊ก" หนึ่งในคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดคงหนีไม่พ้น "ขงเบ้ง" (จูกัดเหลียง) แห่งจ๊กก๊ก และ "สุมาอี้" แห่งวุยก๊ก แม้ขงเบ้งจะเก่งกาจเพียงใด แต่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ณ สมรภูมิทุ่งราบอู่จ้าง (กอโงวเตีย) เขากลับต้องพ่ายแพ้ให้กับสังขารของตัวเอง

แต่ก่อนที่พญามังกรจะสิ้นลม ขงเบ้งได้วาง "หมากตาสุดท้าย" ไว้เพื่อปกป้องกองทัพและลูกน้อง โดยสั่งเสียเหล่าขุนพลคนสนิทอย่าง "เกียงอุย" ว่า...

"เมื่อเราสิ้นลม ห้ามจัดงานศพเด็ดขาด ให้ทำโลงแก้วเอาศพเราใส่ลงไปให้นั่งในท่าปกติ เอาข้าวสารสารใส่ปาก 7 เมล็ด แล้วจุดโคมไฟวางไว้แทบเท้า... ทหารในกองทัพห้ามร้องไห้เศร้าโศก ให้ทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

คำสั่งนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วย "กลลวงทางทหาร" และ "คติความเชื่อโบราณ" ดังนี้

1. กลลวงดวงดาว: หลอกสุมาอี้ว่า "ข้ายังไม่ตาย"

ขงเบ้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ เขาเชื่อว่าคนสำคัญจะมี "ดาวประจำตัว" (Tướng tinh) อยู่บนฟ้า หากเขาตาย ดาวจะร่วงหล่น ซึ่งสุมาอี้เองก็เฝ้าดูดาวดวงนี้อยู่

การเอา ข้าวสาร 7 เมล็ด ใส่ปาก และจุดโคมต่อชะตา เป็นเคล็ดวิชาเพื่อ "ตรึงดาวประจำตัวไม่ให้ร่วงหล่น" เมื่อสุมาอี้มองเห็นว่าดาวของขงเบ้งยังส่องสว่าง ก็จะไม่กล้าบุกโจมตีเพราะคิดว่าขงเบ้งยังสบายดี หรืออาจจะเป็นกับดัก

ช่วงเวลาที่สุมาอี้ลังเลนี่เอง คือโอกาสทองที่กองทัพจ๊กก๊กจะค่อยๆ ถอนทัพกลับแคว้นเสฉวนได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ถูกไล่ฆ่าล้างบาง

2. ธรรมเนียมการ "อมวัตถุ" ของคนตาย

ตามธรรมเนียมจีนโบราณ เชื่อว่าคนตายไม่ควรเดินทางไปปรโลกด้วยปากที่ว่างเปล่า จึงมีการใส่สิ่งของในปากศพ โดยแบ่งตามชนชั้นวรรณะ:

  • ฮ่องเต้: อม "หยก"
  • อ๋อง/ขุนนางชั้นสูง: อม "ไข่มุก"
  • ขุนนาง/บัณฑิต: อม "ข้าวสาร"
  • ปราชญ์/ชาวบ้าน: อม "เปลือกหอย" หรือเงิน

แม้ขงเบ้งจะมีอำนาจล้นฟ้า แต่เขาก็วางตัวเป็นเพียงขุนนางผู้ภักดี (สมหน้านายก) ไม่ใช่เจ้าแคว้น การอมข้าวสารจึงถูกต้องตามประเพณี เพื่อแสดงว่าในโลกหน้าเขาจะไม่อดอยาก

3. ทำไมต้องเลข 7?

เลข 7 เป็นตัวเลขที่มีความหมายทางจิตวิญญาณในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าหลังจากเสียชีวิต 7 วัน วิญญาณจะกลับมาเยี่ยมบ้าน (ทำบุญ 7 วัน) และต้องทำพิธีจนครบ 7 รอบ (49 วัน) เพื่อให้วิญญาณไปสู่สุคติ การใช้ข้าว 7 เมล็ด จึงอาจสื่อถึงการเดินทางของดวงวิญญาณในช่วงเวลาสำคัญนี้นั่นเอง

บทสรุป ชัยชนะหลังความตาย

แผนการนี้ได้ผลชะงัด! เมื่อสุมาอี้ทราบข่าวและยกทัพไล่ตาม ก็เจอกับทัพจ๊กก๊กที่หันกลับมาสู้พร้อมเข็น "หุ่นไม้รูปขงเบ้ง" ออกมาขู่ สุมาอี้ตกใจกลัวนึกว่าขงเบ้งแกล้งตายเพื่อล่อให้มาติดกับ จึงสั่งถอยทัพหนีหัวซุกหัวซุน

กลายเป็นตำนานเล่าขานว่า "คนตาย (ขงเบ้ง) ไล่หนีคนเป็น (สุมาอี้)" แสดงให้เห็นว่า แม้วาระสุดท้าย ขงเบ้งก็ยังใช้สติปัญญาปกป้องบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นี่แหละที่เรียกได้ว่า.... ฉลาดจนวินาทีสุดท้าย! ทำไมขงเบ้งเลือก "อมข้าว" แทน "อมหยก" ตามธรรมเนียมฮ่องเต้?

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล