ปลา 1 ชนิด มีค่าดั่งทอง ต้นเหตุสงคราม 2 ประเทศ ต้นตำรับเมนูอร่อยของคนทั่วโลก

ปลา 1 ชนิด มีค่าดั่งทอง ต้นเหตุสงคราม 2 ประเทศ ต้นตำรับเมนูอร่อยของคนทั่วโลก

ปลา 1 ชนิด มีค่าดั่งทอง ต้นเหตุสงคราม 2 ประเทศ ต้นตำรับเมนูอร่อยของคนทั่วโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปลา 1 ชนิด มีค่าดั่งทอง ต้นเหตุสงครามระหว่างประเทศ ความพ่ายแพ้ของชาติมหาอำนาจ ปัจจุบันเป็นเมนูอร่อยของคนทั่วโลก

เชื่อหรือไม่ว่าในประวัติศาสตร์โลก เคยมีเหตุการณ์ที่ประเทศมหาอำนาจต้องทำสงครามแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ใช่ทองคำหรือน้ำมัน แต่กลับเป็น "ปลาค็อด" (Cod) ปลาทะเลเนื้อขาวที่ดูธรรมดาแต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล จนกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งระดับนานาชาติที่รู้จักกันในชื่อ "สงครามปลาค็อด" (The Cod Wars) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของยุโรปในยุคนั้นอย่างมาก

สงครามปลาค็อดเป็นการเผชิญหน้ากันทางเรือระหว่างประเทศไอซ์แลนด์และสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ซึ่งเกิดขึ้นถึง 3 ครั้งใหญ่ในช่วงปี ค.ศ. 1958 ถึง 1976 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายเขตสัมปทานการทำประมงของไอซ์แลนด์ที่ต้องการปกป้องแหล่งปลาค็อดของตนเองจากการรุกรานของเรือประมงต่างชาติ

ทำไม "ปลาค็อด" ถึงมีค่ามากกว่าทองคำ?

ในยุคนั้นปลาค็อดเปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวยุโรปมานานหลายศตวรรษ ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่เนื้อปลามีไขมันต่ำและสามารถนำมาถนอมอาหารด้วยการตากแห้งหรือหมักเกลือได้นานโดยไม่เสียรสชาติ ทำให้มันกลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของไอซ์แลนด์ และเป็นวัตถุดิบหลักในเมนู "ฟิชแอนด์ชิปส์" (Fish and Chips) ของชาวอังกฤษ

ลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้ง 3 ระลอก

ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการโต้เถียงกันบนโต๊ะเจรจา แต่มีการเผชิญหน้ากันด้วยกำลังทางเรืออย่างจริงจัง โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญดังนี้:

  • สงครามครั้งที่ 1 (ปี 1958): ไอซ์แลนด์ประกาศขยายเขตประมงจาก 4 ไมล์ทะเล เป็น 12 ไมล์ทะเล ทำให้อังกฤษส่งเรือรบเข้ามาคุ้มกันเรือประมงของตน จนเกิดการปะทะและตัดอวนประมงกันอย่างดุเดือด
  • สงครามครั้งที่ 2 (ปี 1972): ไอซ์แลนด์รุกหนักด้วยการขยายเขตเป็น 50 ไมล์ทะเล พร้อมประดิษฐ์ "เครื่องตัดสายอวน" (Trawlwire Cutters) มาใช้ทำลายอุปกรณ์ของเรือประมงอังกฤษ สร้างความเสียหายมหาศาลแก่กองเรืออังกฤษ
  • สงครามครั้งที่ 3 (ปี 1975): เป็นช่วงที่ตึงเครียดที่สุด เมื่อไอซ์แลนด์ประกาศขยายเขตถึง 200 ไมล์ทะเล เกิดเหตุการณ์เรือรบพุ่งชนกันหลายครั้ง จนไอซ์แลนด์ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากสมาชิก NATO หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในสิทธิการจับปลาค็อด

การทำประมงปลาค็อดในไอซ์แลนด์

บทสรุปที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การประมงโลก

สุดท้ายแล้ว ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของไอซ์แลนด์ ซึ่งนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานสากลใหม่ที่เรียกว่า "เขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ทะเล" (Exclusive Economic Zone - EEZ) ที่ทุกประเทศชายฝั่งทั่วโลกใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากรปลาค็อดและสัตว์น้ำอื่นๆ ในน่านน้ำของตนเอง

เรื่องราวของปลาค็อดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่มันคือการสู้ชีวิตของประเทศเล็กๆ ที่ต้องรักษา "เส้นเลือดใหญ่" ทางเศรษฐกิจเอาไว้ จนสามารถเอาชนะมหาอำนาจและเปลี่ยนกฎระเบียบของโลกไปตลอดกาล ปัจจุบันปลาค็อดยังคงเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญและมีการควบคุมการจับอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล