รู้หรือไม่ "น้ำเปล่า" มีวันหมดอายุ เช็กข้างขวดก่อนดื่ม เฉลยไม่ควรเก็บไว้เกินกี่ปี?

รู้หรือไม่ "น้ำเปล่า" มีวันหมดอายุ เช็กข้างขวดก่อนดื่ม เฉลยไม่ควรเก็บไว้เกินกี่ปี?

รู้หรือไม่ "น้ำเปล่า" มีวันหมดอายุ เช็กข้างขวดก่อนดื่ม เฉลยไม่ควรเก็บไว้เกินกี่ปี?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่ "น้ำเปล่า" มีวันหมดอายุ เช็กข้างขวดก่อนดื่ม เฉลยไม่ควรเก็บไว้เกินกี่ปี?

หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาหยิบน้ำดื่มขึ้นมาแล้วพบว่ามีตัวเลขระบุวันหมดอายุพิมพ์อยู่บนขวด จนเกิดคำถามตามมาว่าน้ำบริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนผสมของอาหารจะสามารถเน่าเสียหรือบูดได้เหมือนนมหรืออาหารสดจริงหรือ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้มีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไม่ควรละเลย

ตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้น้ำดื่มบรรจุขวดต้องแสดงวันหมดอายุบนผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปผู้ผลิตมักกำหนดไว้ที่ 2 ปีนับจากวันที่ผลิต แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ น้ำเปล่าไม่ได้หมดอายุ แต่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่หมดอายุ

ทำไมขวดพลาสติก PET ถึงมีผลต่อน้ำดื่ม

ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำดื่มส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกประเภท PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งมีคุณสมบัติใส น้ำหนักเบา และแข็งแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปหรือหากจัดเก็บในสภาวะที่ไม่เหมาะสม พลาสติกเหล่านี้อาจส่งผลต่อน้ำภายในขวดได้ดังนี้

  • การเสื่อมสภาพของพลาสติก: เมื่อขวดพลาสติกถูกเก็บไว้นานเกินกว่า 2 ปี หรือโดนแสงแดดและความร้อนสูง พลาสติกจะเริ่มเสื่อมสภาพและอาจทำให้สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของพลาสติกหลุดลอดออกมาปนเปื้อนในน้ำ แม้ในปริมาณน้อยแต่อาจส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติ
  • ความเปราะบางของขวด: เมื่อบรรจุภัณฑ์หมดอายุ ขวดจะมีความเปราะแตกง่ายขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการที่เชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกจากภายนอกจะรั่วซึมเข้าไปปนเปื้อนในน้ำดื่มได้
  • การป้องกันสิ่งแปลกปลอมลดลง: ประสิทธิภาพในการป้องกันก๊าซและกลิ่นแปลกปลอมจากภายนอกของพลาสติกจะลดลงตามอายุการใช้งาน ทำให้น้ำอาจมีกลิ่นผิดปกติหากวางใกล้สารเคมีหรือของที่มีกลิ่นฉุน

 

อันตรายจากการปนเปื้อนหลังเปิดขวด

นอกเหนือจากเรื่องของบรรจุภัณฑ์แล้ว เมื่อฝาขวดถูกเปิดออก น้ำจะสัมผัสกับอากาศและจุลินทรีย์ในสิ่งแวดล้อมทันที

โดยเฉพาะการดื่มน้ำโดยใช้วิธียกดื่มจากขวดโดยตรง แบคทีเรียจากช่องปากจะลงไปปนเปื้อนในน้ำ หากวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องหรือในที่ร้อน จุลินทรีย์เหล่านั้นจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คุณภาพของน้ำลดลงและอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารได้หากทิ้งไว้นานเกินไป

ข้อควรปฏิบัติเพื่อการดื่มน้ำที่ปลอดภัย

เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำดื่มที่คุณบริโภคมีความสะอาดและปลอดภัยสูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ: ควรเช็กชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต เครื่องหมาย อย. และวันหมดอายุที่ระบุไว้ข้างขวดเสมอ
  2. สังเกตลักษณะทางกายภาพ: น้ำดื่มที่ดีต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติที่ผิดปกติ
  3. วิธีการจัดเก็บที่ถูกต้อง: ไม่ควรเก็บขวดน้ำในที่ร้อนจัด เช่น ในรถที่จอดตากแดด และไม่ควรแช่ในช่องแช่แข็งจนเย็นจัดจนขวดบิดเบี้ยวหรือเปราะแตก
  4. ระยะเวลาการบริโภค: น้ำดื่มที่เปิดขวดแล้วหากยกดื่มโดยตรง ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 2 สัปดาห์ และไม่ควรเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดไว้นานเกิน 2 ปีแม้จะยังไม่ได้เปิดขวด
  5. เลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม: ควรเลือกซื้อน้ำดื่มจากขวดพลาสติกใสมากกว่าพลาสติกขุ่น เนื่องจากมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานในการบรรจุน้ำดื่มมากกว่า

การใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยอย่างวันหมดอายุข้างขวดน้ำและการเก็บรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง และป้องกันความเสี่ยงจากสารเคมีหรือเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาโดยที่เราไม่รู้ตัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล