อุทาหรณ์ สาวดื่มกาแฟลดน้ำหนัก ผอมไว 20 โลฯ แต่ได้ของแถมไม่คาดคิด เสียใจทั้งชีวิต

สาวดื่มกาแฟลดน้ำหนัก ผอมจริงหายไป 10–20 กิโลฯ แต่ชีวิตเปลี่ยน จบลงด้วยฟอกไตทั้งชีวิต
การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยต้องอาศัยวินัย การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การพึ่งพาทางลัดหรือผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ใช่แค่รูปร่างที่ผอมลง แต่แลกมาด้วยสุขภาพที่ยากจะย้อนคืน ดังเช่นเรื่องราวอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์จนเป็นกระแสในโลกออนไลน์
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เว็บไซต์ World of Buzz รายงานกรณีเตือนใจจาก จาซีรา จูไลลี นักโภชนาการในประเทศมาเลเซีย ซึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ของคนไข้หญิงรายหนึ่ง อายุราว 30 ปี ที่ประสบปัญหาสุขภาพรุนแรง หลังใช้กาแฟลดน้ำหนักเป็นเวลานาน จนกลายเป็นโรคไตและต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง
(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ข้อมูลระบุว่า คนไข้รายนี้เริ่มดื่มกาแฟลดน้ำหนักตั้งแต่ปี 2565 โดยเชื่อมั่นในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด น้ำหนักตัวลดลงรวดเร็วถึง 10–20 กิโลกรัม ทำให้เธอดื่มต่อเนื่องโดยไม่ทันระวังผลข้างเคียงที่อาจตามมา กระทั่งเวลาผ่านไป สุขภาพร่างกายเริ่มทรุดลงอย่างช้า ๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัว

จนถึงจุดวิกฤต คนไข้เกิดอาการล้มหมดสติและถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์ตรวจพบว่าไตทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง ค่าไตลดลงมาก สุดท้ายต้องเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่อง และต้องเผชิญกับการรักษาที่ยืดเยื้อมานานหลายปี
เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยได้รับความยินยอมจากคนไข้ เพื่อใช้เป็นบทเรียนเตือนใจสังคมให้ตระหนักถึงอันตรายของการลดน้ำหนักผิดวิธี แม้ภายนอกจะดูผอมลงตามต้องการ แต่กลับทำลายอวัยวะภายในอย่างเงียบ ๆ และอาจนำไปสู่ภาวะที่ไม่สามารถแก้ไขได้อีก
นักโภชนาการรายนี้ยังเตือนว่า ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตสูงมาก หากไม่มีประกันหรือเงินสำรองเพียงพอ ผลกระทบจะหนักหนากว่าที่คิด ทางออกที่ปลอดภัยที่สุดคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกินให้สมดุล ค่อยเป็นค่อยไป และไม่เสี่ยงกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่จำเป็น เพราะการลดน้ำหนักไม่มีทางลัดที่ไม่ต้องแลกอะไรเลย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี