DPU ตอกย้ำความร่วมมือ DHU จัดเวิร์กช็อป K-Beauty Edu LAB ต่อเนื่องปีที่ 2

DPU ตอกย้ำความร่วมมือ DHU จัดเวิร์กช็อป K-Beauty Edu LAB ต่อเนื่องปีที่ 2

DPU ตอกย้ำความร่วมมือ DHU จัดเวิร์กช็อป K-Beauty Edu LAB ต่อเนื่องปีที่ 2
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

DPU ตอกย้ำความร่วมมือ DHU จัดเวิร์กช็อป K-Beauty Edu LAB ต่อเนื่องปีที่ 2 เชื่อมการเรียน–วิจัย–อุตสาหกรรม ต่อยอดเวชสำอางและ Nutricosmetic จากสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ และ รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส ให้การต้อนรับ Prof. Byun Chang Hoon อธิการบดี Daegu Haany University (DHU) สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) Prof. Mi-Kyoung Nam คณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา Adventure College ในโอกาสเดินทางมาร่วมโครงการแลกเปลี่ยน “K-Beauty Edu LAB Program (Thailand)” ปีที่ 2 ภายใต้การลงนามความร่วมมือโครงการ “K-Medi traditional Medicine Silk-road Project” ที่มุ่งพัฒนา “กำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรม” ให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในระดับสากล โดยมีนักศึกษา DHU จำนวน  40 คน เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 28–30 มกราคม 2569 ณ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเครื่องสำอาง อาคาร 20 ชั้น 2

s

K-Medi Silk Road เชื่อมมหาวิทยาลัย–อุตสาหกรรม ข้ามพรมแดนหลายประเทศ

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรขององค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า กรอบความร่วมมือโครงการ “K-Medi traditional Medicine Silk-road Project” กับ DHU และมหาวิทยาลัยอีก 5 ประเทศ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ การทำวิจัยร่วม การตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ การจัดสัมมนาและประชุมวิชาการร่วม ตลอดจนการพัฒนาโปรแกรมวิชาการระยะสั้น การแลกเปลี่ยนสื่อการเรียนการสอน และการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยเปิดโอกาสให้ทุกคณะและหน่วยงานของ DPU สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันและพัฒนาเป็นโครงการเฉพาะด้าน ผ่านการขับเคลื่อนข้อตกลงรายโครงการ (MOA) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม นับเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งในระดับนานาชาติที่มุ่งเป้าเพิ่มศักยภาพวิชาการด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมให้มีบทบาทสร้างเศรษฐกิจ ช่วยสร้างความเข้มแข็งทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม

“ที่ผ่านมา DPU และ DHU ได้ดำเนิน MOA เพื่อพัฒนาเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพรโดยฉบับแรกในด้านการวิจัยเพื่อพัฒนา “เวชสำอาง” (Cosmeceutical) จากสารสกัดสมุนไพรไทย ผสานเทคโนโลยีของเกาหลี ซึ่งประสบความสำเร็จและมีผลงานวิชาการได้รับการเผยแพร่แล้ว ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้า MOA ฉบับที่ 2 มุ่งเน้นการพัฒนา “อาหารเสริมสำหรับความงาม” หรือ Nutricosmetic ภายใต้แนวคิดงามจากภายใน Inner Beauty โดยใช้วัตถุดิบสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกับนวัตกรรมอาหารเสริมของเกาหลี  ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลกในปัจจุบัน ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยตั้งเป้าพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสั้นและสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมได้จริง” คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU กล่าว

1(6)_0

เวิร์กช็อปเข้มข้นปีที่ 2 ปั้นทักษะเครื่องสำอางระดับมืออาชีพ

สำหรับโครงการ “K-Beauty Edu LAB Program (Thailand)” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในรูปแบบกิจกรรมแลกเปลี่ยนเชิงปฏิบัติการ เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 40 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เข้าร่วมเวิร์กช็อปในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 วัน โดยมุ่งเน้นการผสานองค์ความรู้ด้านสารสกัดสมุนไพรไทยเข้ากับการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางสมัยใหม่ ผ่านการปฏิบัติการจริงในห้องปฏิบัติการ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบ Micellar Technology และ Encapsulation เพื่อเตรียมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบมืออาชีพ นักศึกษาเกาหลีจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และยังได้ฝึกใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการจริง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทันสมัยที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจาก DHU พร้อมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีที่เดินทางมาถ่ายทอดความรู้และแนะนำการใช้งานอย่างใกล้ชิดร่วมกับอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ DPU

2(2)_0

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้ศึกษาดูงาน ณ โรงงาน กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานระดับสากล และได้รับการยอมรับในระดับแนวหน้าของเอเชีย มีตลาดส่งออกไปยังหลายประเทศ การศึกษาดูงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจให้นักศึกษาเห็นภาพห่วงโซ่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางความงาม และอาหารเสริมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการขยายตลาดในระดับนานาชาติ

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิทยาลัยเฮลท์แอนด์เวลเนส ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควบคู่กับโครงการ K-Beauty ของเกาหลี ภายใต้ชื่อ “โครงการอบรมนักพัฒนาเครื่องสำอางขั้นพื้นฐาน” เพื่อปูพื้นฐานความรู้ด้านการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ การเข้าใจวัตถุดิบ คุณภาพ และความปลอดภัย พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ที่เรียนในชั้นเรียนสู่การปฏิบัติจริง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ โดยมุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความเป็นมืออาชีพและมีความเป็นนานาชาติตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา ได้รู้จักสนิทสนมกับเพื่อนจากเกาหลีในการพัฒนาเครื่องสำอางร่วมกันในห้องแล็บ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างเครือข่ายการทำงานในอนาคต

2(3)_0

ต่อยอดความร่วมมือสองทาง ปูทางหลักสูตรนานาชาติ

การจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหาวิชาการ การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทย–เกาหลี ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่หลักสูตรนานาชาติในอนาคต ขณะเดียวกันความร่วมมือยังดำเนินไปในลักษณะสองทาง โดยนักศึกษาหลักสูตรเครื่องสำอางของ DPU จะได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมเวิร์กช็อปที่ประเทศเกาหลี เป็นระยะเวลา 9 วัน รวมถึงการขับเคลื่อนงานวิจัยร่วมที่ต่อเนื่องจนเกิดการจัดตั้ง Joint Research Lab K-Medi Silk Road Center เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดเชิงอุตสาหกรรมได้จริง

ด้านแผนความร่วมมือในอนาคต รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ ระบุว่า ฝ่ายเกาหลีแสดงความสนใจในการขยายความร่วมมือให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI สำหรับการตรวจสภาพผิวที่คิดค้นโดย DHU มาพัฒนาและติดตั้งที่แล็บของ DPU ให้เป็นศูนย์การใช้งานและต่อยอดแห่งแรก ซึ่งมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยเกาหลีในประเทศไทย (ในลักษณะศูนย์/ฮับความร่วมมือ) พร้อมแนวคิดการต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม เช่น การใช้ไพลอตแพลนท์ด้านเครื่องสำอางของ DPU เป็นฐานการผลิตโคแบรนด์ หรือการนำผลิตภัณฑ์ของฝั่งเกาหลีมาผลิตในไทยเพื่อขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยทั้งหมดนี้ยึดมหาวิทยาลัยเป็นแกนกลาง ทั้งด้านงานวิจัย พัฒนา ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และการเชื่อมอุตสาหกรรมเข้ากับระบบวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม

จากผลงานของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้ลงทุนสร้างตึกใหม่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ รวมถึงพื้นที่สำหรับโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านเครื่องสำอาง เพื่อรองรับการเรียนการสอนและการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะ ประกอบกับเครือข่ายความร่วมมือที่ดีทางด้านการเรียนการสอนระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ความงามระดับโลก จึงทำให้หลักสูตรนี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาศึกษาในสาขานี้เป็นอย่างมาก

1(7)_0

เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม เสริมทักษะวิชาชีพ ผ่านแล็บเครื่องสำอาง

ด้าน นางสาวปวีณ์ธิดา คำจันทร์ลา นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิทยาลัยเฮลท์แอนด์เวลเนส DPU กล่าวถึงการเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้ว่า เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยและเกาหลีได้ทำงานแล็บร่วมกันจริงในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แอมพูลเพิ่มความชุ่มชื้นผิว โทนเนอร์และคลีนซิ่ง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการเรียนการสอนและการพัฒนาเครื่องสำอางของทั้งสองประเทศ ซึ่งแม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกันในบางจุด แต่มีความใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะการเน้นด้านสกินแคร์และการพัฒนาเครื่องสำอางด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

“กิจกรรมยังช่วยเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม นักศึกษาได้ฝึกการสื่อสารร่วมกับเพื่อนต่างชาติ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี พร้อมสร้างเครือข่ายกับเพื่อนใหม่จากต่างประเทศ ทำให้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจให้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมลักษณะนี้อีกในอนาคต เพื่อพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางระดับสากล” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เข้าร่วมกิจกรรมกล่าว
f
ขณะที่ Ms. Yoon Jeongmin, Ms. Park Sohyun, Ms. Kim Sieun และ Ms. Kim Chanju นักศึกษาจาก Daegu Haany University ซึ่งเข้าร่วมเวิร์กช็อปโครงการ “K-Beauty Edu LAB Program (Thailand)” ส่วนใหญ่อยู่ในสาขา Cosmetics, Beauty Care, K-Beauty, Skin Care, Oriental Medicine และ Pharmaceutical Engineering ในระดับชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 หลังสำเร็จการศึกษาตั้งเป้าที่จะทำงานในภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ งานด้านการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ (QC) ในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการเริ่มต้นธุรกิจของตนเองในสายเครื่องสำอางและความงาม อาทิ ธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเกี่ยวกับบริการความงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรการเรียนการสอนกับเส้นทางอาชีพจริงในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม

Ms. Yoon Jeongmin กล่าวว่า การเข้าร่วมเวิร์กช็อปครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยเปิดมุมมองทั้งในด้านการทำงานในห้องปฏิบัติการและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ระหว่างประเทศ โดยได้เรียนรู้ความแตกต่างของแนวคิดและกระบวนการพัฒนาเครื่องสำอางระหว่างไทยและเกาหลี พร้อมทั้งได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนต่างชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังรู้สึกประทับใจต่อบรรยากาศของ DPU และประเทศไทยในภาพรวม ทั้งด้านสภาพแวดล้อม ความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งช่วยเสริมให้การเรียนรู้ในครั้งนี้มีคุณค่า และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อการพัฒนาตนเองในอนาคต

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ DPU ตอกย้ำความร่วมมือ DHU จัดเวิร์กช็อป K-Beauty Edu LAB ต่อเนื่องปีที่ 2

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล