เด็กหญิง 6 ขวบ ไข้สูงไม่ลดครึ่งเดือน ผลเอกซเรย์ช็อก สมองถูกกัดเป็นรูกว่า 20 จุด

เด็กหญิง 6 ขวบ ไข้สูงไม่ลดครึ่งเดือน ผลเอกซเรย์ช็อก สมองถูกกัดเป็นรูกว่า 20 จุด

เด็กหญิง 6 ขวบ ไข้สูงไม่ลดครึ่งเดือน ผลเอกซเรย์ช็อก สมองถูกกัดเป็นรูกว่า 20 จุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เด็กหญิง 6 ขวบ ไข้สูงไม่ลดครึ่งเดือน ผลเอกซเรย์ช็อก สมองถูกกัดเป็นรูกว่า 20 จุด ภัยร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

การกลับไปทำความสะอาดบ้านเก่าที่ปล่อยทิ้งไว้นานอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ เมื่อเด็กหญิงวัย 6 ขวบในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เกิดอาการไข้สูงติดต่อกันนานถึง 17 วัน หลังจากช่วยครอบครัวทำความสะอาดบ้านพักที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยมาเป็นเวลานาน เมื่อส่งตัวเข้ารักษา แพทย์ต้องตกตะลึงกับผลเอกซเรย์สมองที่พบร่องรอยการถูกทำลายอย่างรุนแรง

ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเมืองเจิ้งโจว เปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อ Red Star News ว่าจากการตรวจเช็กอย่างละเอียดพบว่าสมองของเด็กหญิงถูกเชื้อรากัดเซาะจนเกิดเป็นโพรงอากาศหรือ "รู" ขนาดต่างๆ กระจายอยู่มากกว่า 20 แห่ง แพทย์ระบุด้วยความกังวลว่า "หากไม่ได้รับการรักษาทันที สมองของเด็กอาจถูกทำลายจนเสียหายถาวรและเป็นอันตรายถึงชีวิต"

"เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส" มัจจุราชในฝุ่นละออง

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเด็กหญิงติดเชื้อ "Aspergillus fumigatus" ซึ่งเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งที่พบได้บ่อยในสภาพแวดล้อมที่อับชื้นและมีเชื้อราสะสม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้อธิบายกลไกการติดเชื้อไว้ดังนี้:

  • การสูดดม: ระหว่างการทำความสะอาดบ้านเก่าที่ปิดไว้นาน เด็กหญิงได้สูดดมฝุ่นละอองที่มีสปอร์ของเชื้อราเข้าไปในปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ
  • การแพร่กระจาย: สปอร์ของเชื้อราเดินทางผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าสู่กระแสเลือด และลุกลามเข้าไปโจมตีเนื้อเยื่อสมอง
  • การทำลายเนื้อเยื่อ: เชื้อราได้กัดกินสมองจนปรากฏภาพเป็นโพรงโหว่คล้ายถูกแทะ ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้ยากมากในเด็กปกติ

พื้นที่อันตรายและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าเชื้อราชนิดนี้มักเจริญเติบโตได้ดีในบ้านเก่าที่ขาดการระบายอากาศและมีความชื้นสูง โดยเฉพาะตามมุมห้อง, เพดาน, หลังเฟอร์นิเจอร์, ใต้ที่นอน และในพรม สปอร์ของเชื้อรามีขนาดเล็กมากเพียง 2-10 ไมครอน ทำให้ฟุ้งกระจายได้ง่ายเมื่อมีการปัดกวาด

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือ เด็กเล็ก ที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ รวมถึงผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบประสาทและอวัยวะภายในได้

คำแนะนำในการทำความสะอาดบ้านเก่าอย่างปลอดภัย

เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อราในอากาศ แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการทำความสะอาดอาคารหรือบ้านที่ถูกปิดไว้นาน ดังนี้:

  1. หลีกเลี่ยงการนำเด็กเข้าพื้นที่: ไม่ควรให้เด็กเล็กหรือผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดพื้นที่ที่มีฝุ่นหนาหรือคราบเชื้อรา
  2. อุปกรณ์ป้องกันต้องครบ: สวมหน้ากากอนามัยมาตรฐาน N95, ถุงมือ และเสื้อผ้าแขนยาวมิดชิดเพื่อป้องกันการสัมผัสและสูดดม
  3. การระบายอากาศ: เปิดประตูและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวกก่อนเริ่มทำความสะอาดอย่างน้อย 30 นาที
  4. ใช้วิธีเช็ดเปียก: หลีกเลี่ยงการกวาดแห้งที่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ควรฉีดละอองน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเพื่อดักจับฝุ่น

ปัจจุบันอาการของเด็กหญิงรายนี้อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์และเริ่มควบคุมอาการได้แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกครอบครัวในการระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยรอบตัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล