ซีอีโอ NVIDIA เตือน! 3 กลุ่มคนเสี่ยงตกงานยุค AI ที่สุด ย้ำ "เก่งเทคนิค" ก็ช่วยไม่ได้

ซีอีโอ NVIDIA เตือน! 3 กลุ่มคนเสี่ยงตกงานยุค AI ที่สุด ย้ำ "เก่งเทคนิค" ก็ช่วยไม่ได้

ซีอีโอ NVIDIA เตือน! 3 กลุ่มคนเสี่ยงตกงานยุค AI ที่สุด ย้ำ "เก่งเทคนิค" ก็ช่วยไม่ได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"เจนเซ่น หวง" ซีอีโอของ NVIDIA เตือน! 3 กลุ่มคนเสี่ยงตกงานยุค AI ที่สุด ย้ำชัด "เก่งเทคนิค" ก็ช่วยไม่ได้

ในยุคที่กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังถาโถมเข้าใส่ทุกวงการ คำถามที่หลายคนกังวลคือ "AI จะมาแย่งงานเราไหม?"

ล่าสุด เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ NVIDIA ผู้ทรงอิทธิพลในวงการชิป AI ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ CNN พร้อมโยนระเบิดลูกใหญ่เกี่ยวกับอนาคตของแรงงาน โดยชี้เป้ากลุ่มคน 3 ประเภทที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะถูก AI แทนที่ แม้จะมีความรู้ด้านเทคนิคก็ตาม

ขาด "ความคิดสร้างสรรค์" เท่ากับ "ตกงาน"

เจนเซ่น หวง มองว่าการที่ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เปรียบเสมือนดาบสองคม เขากล่าวว่า "หากโลกนี้หมดไอเดียใหม่ๆ เมื่อไหร่ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจะกลายเป็นการเลิกจ้างทันที"

เขาย้ำว่า AI จะเป็นตัวช่วยที่ดีก็ต่อเมื่อมนุษย์มีความทะเยอทะยานที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เช่น การคิดค้นยารักษาโรคใหม่ หรือระบบขนส่งอัจฉริยะ แต่ถ้าสังคมขาดความคิดสร้างสรรค์ AI จะเข้ามาทำงานแทนที่คนเดิมๆ นำไปสู่การลดคนและว่างงานในที่สุด

FABRICE COFFRINI / AFP

เช็กด่วน! 3 ประเภทคนทำงานที่เสี่ยง "สูญพันธุ์" ก่อนใคร

ในการแข่งขันยุคใหม่ จุดตัดไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณเขียนโปรแกรมเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่ "วิธีคิด" โดยซีอีโอ NVIDIA ระบุว่าคน 3 กลุ่มนี้คือกลุ่มเสี่ยงที่สุด:

1. คนที่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว ไม่มีหัวพลิกแพลง คนที่ทำงานตามขั้นตอนเป๊ะๆ หรือรอแค่คำสั่ง จะหมดความสำคัญลง เพราะ AI สามารถทำงานที่มีรูปแบบตายตัวได้แม่นยำและเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า

2. คนที่ตั้งคำถามไม่เป็น ใช้งาน AI ไม่ลึกซึ้ง ทักษะที่สำคัญที่สุดในอนาคตคือ "การถามให้ถูกจุด" หวงเผยว่างาน 90% ของเขาคือการตั้งคำถาม หากคุณไม่สามารถใช้คำถามเจาะลึกเพื่อสั่งงาน AI ได้ ต่อให้มีเครื่องมือที่ฉลาดที่สุดในมือ คุณก็ดึงศักยภาพมันออกมาไม่ได้

3. คนที่ไม่ยอมเรียนรู้ และรอรับคำตอบจาก AI ฝ่ายเดียว AI คือเครื่องมือที่ช่วยลดช่องว่างความรู้ แต่ผู้ใช้ต้องรู้ว่า "จะให้ AI ทำอะไร" หากคุณเป็นแค่ผู้รับสารที่รอให้ AI ป้อนคำตอบให้ โดยไม่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ ท้ายที่สุดกระบวนการทำงานของคุณจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

ภาษาพูด คือภาษาโปรแกรมมิ่งใหม่แห่งอนาคต

เจนเซ่น หวง ทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่า AI คือ "ตัวปรับสมดุล" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มันช่วยยกระดับคนที่ไม่เก่งเทคนิคให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ เพราะภาษาโปรแกรมมิ่งในอนาคตไม่ใช่รหัสโค้ดที่ยุ่งยาก แต่คือ "ภาษาคน" ดังนั้นใครที่มีทักษะการสื่อสารดี มีตรรกะความคิดที่ชัดเจน จะสามารถสั่งการ AI ให้ทำงานใหญ่ได้ โดยไม่ต้องจบวิศวะคอมพิวเตอร์มาด้วยซ้ำ

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล