นายกฯเดินทางร่วมฉลองเปิดโครงการที่ลาว

นายกฯเดินทางร่วมฉลองเปิดโครงการที่ลาว
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางจากกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ) ด้วยเครื่องบินของกองทัพบก เยือน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แล้ว เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการอเนกประสงค์น้ำเทิน 2 โดยการเยือนครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ไทย-ลาว และร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของโครงการเอนกประสงค์น้ำเทิน 2 แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี พลโท จูมมะลี ไซยะสอน ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานในพิธีฉลองการเปิดโครงการเอนกประสงค์น้ำเทิน 2 ซึ่งภาคเอกชนของไทย โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) และบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) เข้าไปรวมลงทุนก่อสร้าง ร่วมกับ รัฐบาลกับลาวและบริษัท อีดีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนลของฝรั่งเศส ซึ่งโครงการเอนกประสงค์น้ำเทิน 2 เป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด ในลาว ขณะกำลังการผลิต 920 เมกะวัตต์ โดยได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบแห่งการพัฒนา เพื่อสร้างรายได้และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและชุมชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะเข้าเยี่ยมคาราวะและพบปะหารือทวิภาคีกับผู้นำระดับสูงของประเทศลาวด้วย โดยจะมีการเข้าร่วมกิจกรรมที่ นครหลวงเวียงจันทร์ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์การทูตไทย-ลาว ด้วย ทั้งนี้เวลา 22.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางถึง กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.)


ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่พิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ทั้งเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อย ได้เปิดเผย คำวินิจฉัยส่วนตัว เกี่ยวกับการพิจารณาคดีดังกล่าว ว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะก่อนหน้านี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเรื่องข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว การที่ศาลมีการวินิจฉัย ข้อเท็จจริง และตุลาการเสียงข้างมาก ก็มีความเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย จะทำให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.



นายกฯข้องใจAISกล่าวหาประมูล3G


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผลที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ออกมากล่าวหารัฐบาลว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมในการแข่งขันประมูล 3G ซึ่งส่วนตัวก็รู้สึกข้องใจ และไม่เข้าใจว่า AIS มีเจตนาอะไร เพราะรัฐบาล ก็ไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนของ AIS โดยยืนยันว่า รัฐบาล ให้ความเป็นธรรมกับทุกบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามได้ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้กดดันกับรัฐบาลให้รื้อเรื่องสัมปทานขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันดีเซล ด้วยว่า ในเบื้องต้นจะใช้กองทุนน้ำมันเป็นหลักในการควบคุมให้อยู่ในระดับ30 บาทต่อลิตร แต่หากมีการปรับเพิ่มขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็จะเสนอแนวทางเข้ามา หลายแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ