ไทม์ไลน์ละเอียดบีบหัวใจ "หลุยส์" นาทีชีวิต "นุ่นและลูกสาวในครรภ์"

ไทม์ไลน์ละเอียดบีบหัวใจ "หลุยส์" นาทีชีวิต "นุ่นและลูกสาวในครรภ์"

ไทม์ไลน์ละเอียดบีบหัวใจ "หลุยส์" นาทีชีวิต "นุ่นและลูกสาวในครรภ์"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สรุปไทม์ไลน์บีบหัวใจ "นุ่น-หลุยส์" สูญเสียลูกสาว แพทย์ชี้สาเหตุ "มดลูกแตก" ภาวะเฉียดตายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

หลังจากที่สร้างความตกใจให้กับแฟนคลับทั่วประเทศ ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ (29 ม.ค. 2569) หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล ได้ควงคู่กันออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พญ.ปานวาด หาญอมร และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ เพื่อชี้แจงถึงการสูญเสียทายาทคนแรกที่เฝ้ารอมานาน พร้อมเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงที่ทำเอาหลายคนน้ำตาซึม

พญ.ปานวาด หาญอมร สตินรีแพทย์แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

· วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 12:56น. (เที่ยงห้าสิบหกนาฬิกา) ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้รับแจ้งเคส คุณนุ่น รพ.ส่งรถแอมบูแลนซ์ไปรับที่บ้าน

· ระหว่างถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยทีมแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ตรวจพบความดันโลหิตตกอย่างมากประมาณ 80/40 มม.ปรอท ชีพจรเต้นเร็วประมาณ 140 ครั้งต่อนาที และมีอาการหายใจเร็ว ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะช็อกจากการเสียเลือด ทีมรอรับจึงเตรียมห้องคลอดรอทันที

· จากข้อมูลนี้ประเมินได้เลยว่าน่าจะอยู่ในภาวะตกเลือด ทีมแพทย์ที่รพ.จึงเตรียมห้องคลอดรอทันที

· เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ได้ดำเนินการประเมินอาการอีกครั้งพบว่าคุณนุ่นอยู่ในภาวะวิกฤตจึงนำคุณนุ่นเข้าห้องฝ่าคลอดฉุกเฉินทันที เพื่อประเมินภาวะของทารกในครรภ์ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ พบว่าไม่สามารถตรวจพบสัญญาณชีพของทารกได้ จึงมีการตัดสินใจรักษาแบบเร่งด่วนตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

· ในระหว่างการฝ่าตัด ทีมแพทย์ได้ทำการฝ่าตัดคลอดก่อน จากนั้นตรวจประเมินอวัยวะภายในคุณนุ่น พบภาวะมดลูกแตกบริเวณด้านหลัง ขนาดประมาณ 7 เซนติเมตรหรือยาวเกือบเท่ากับความยาวของบัตรเครดิต ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียเลือดอย่างรุนแรง ทีมแพทย์ได้ใช้เวลาดูแลในห้องผ่าตัด 3 ช.ม. ทำการเย็บซ่อมแซมมดลูก พร้อมให้เลือดและสารน้ำทดแทนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมการเสียเลือดและยุติภาวะวิกฤตได้

· หลังการผ่าตัด คุณนุ่นถูกส่งเข้ารับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เนื่องจากมีการเสียเลือดปริมาณมาก ต้องได้รับเลือดเพิ่มเติม และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด ภายหลังพบภาวะน้ำเกินและมีน้ำท่วมปอดจากการให้เลือดและสารน้ำจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจและดูแลใน ICU ต่อเนื่อง

· ต่อมาอาการของผู้ป่วยค่อย ๆ ดีขึ้น สัญญาณชีพกลับมาอยู่ในเกณฑ์คงที่ สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ และพ้นระยะวิกฤต โดยยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการและฟื้นฟูร่างกาย อย่างต่อเนื่อง รวมระยะ เวลาการรักษา ประมาณ 1 วัน จึงสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

· 16 มกราคม 2569 คุณนุ่นออกจากโรงพยาบาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล