หนุ่ม 19 รังแคร่วงกราว เกาหัวจนเลือดอาบหมอน หมอเฉลย "คุณแม๊" คือต้นเหตุ

หนุ่ม 19 รังแคร่วงกราว เกาหัวจนเลือดอาบหมอน หมอเฉลย "คุณแม๊" คือต้นเหตุ

หนุ่ม 19 รังแคร่วงกราว เกาหัวจนเลือดอาบหมอน หมอเฉลย "คุณแม๊" คือต้นเหตุ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อุทาหรณ์! หนุ่ม 19 รังแคร่วงกราว เกาหัวจนเลือดอาบหมอน หมอเฉลย "แม่เจ้าระเบียบ" คือต้นเหตุ

เรื่องราวอุทาหรณ์ทางการแพทย์จากไต้หวัน เมื่อหนุ่มวัย 19 ปี ต้องทนทรมานจากอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง จนมีสภาพรังแคร่วงกราวราวกับแป้ง และเกาจนเลือดซึมเปื้อนหมอน ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะรักษาความสะอาดไม่ดี แต่เมื่อแพทย์สืบสาวราวเรื่องกลับพบว่า ต้นตอของปัญหามาจาก "ความรักความหวังดี" ของคุณแม่ที่เป็นคนเจ้าระเบียบจัดนั่นเอง

รังแคขาวโพลน-เลือดเปื้อนโซฟา

นพ.เฉิน ป๋อเฉิน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้บอกเล่าเคสนี้ผ่านรายการโทรทัศน์ ระบุว่าคนไข้ชายรายนี้มาหาหมอด้วยสภาพหนังศีรษะลอกเป็นแผ่น มีรังแคเยอะมากจนเหมือนใครเอาแป้งมาโรยไว้บนหัว

คุณแม่ที่พามาด้วยบ่นด้วยความอัดอั้นใจว่า ลูกชายคันมากจนเกาหนังศีรษะถลอก เลือดไหลเปื้อนทั้งหมอน ผ้าปูที่นอน และพื้นบ้าน แม้แต่โซฟาสีขาวในห้องรับแขกก็มีคราบเลือดติดอยู่ จนแม่สงสัยว่าลูกชายอาจมีเหาหรือปรสิต หรือเป็นเพราะอาบน้ำไม่สะอาดกันแน่ ถึงได้มีอาการรุนแรงขนาดนี้

ความจริงเปิดเผย... "น้ำยาซักผ้า" คือตัวการ

หลังจากตรวจอย่างละเอียด หมอวินิจฉัยว่าคนไข้เป็น "โรคเซ็บเดิร์ม" (Seborrheic Dermatitis) หรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ แต่สิ่งที่ทำให้อาการกำเริบหนักจนกู้ไม่กลับ ไม่ใช่เรื่องความสกปรก แต่กลับเป็น "นิสัยรักความสะอาด" ของคุณแม่

แพทย์สืบประวัติจนพบว่า ด้วยความที่แม่เห็นเลือดเปื้อนเครื่องนอน จึงใช้ "น้ำยาฟอกขาว" และสารทำความสะอาดฤทธิ์แรงซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนเพื่อขจัดคราบเลือดให้ขาวสะอาด แต่สารเคมีเหล่านี้ล้างออกไม่หมดและตกค้างอยู่บนผ้า เมื่อลูกชายหนุนนอน ผิวหนังที่บอบบางอยู่แล้วจึงสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง ทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง ยิ่งนอนก็ยิ่งคัน ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นแผล วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์

รู้จัก "โรคเซ็บเดิร์ม" ให้มากขึ้น

ข้อมูลจากโรงพยาบาลไทจง เวเทอแรนส์ เจเนอรัล (Taichung Veterans General Hospital) ระบุว่า โรคเซ็บเดิร์ม เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น หนังศีรษะ ข้างจมูก คิ้ว หลังหู หรือหน้าอก

อาการเด่นชัดคือผิวจะแดง มีสะเก็ดรังแคสีเหลืองมันวาว หรือมีเกล็ดสีขาวลอกออกมา มักพบได้บ่อยในทารกและผู้ใหญ่วัย 30-60 ปี เคสนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การดูแลความสะอาดเป็นเรื่องดี แต่การใช้สารเคมีที่รุนแรงเกินไปกับของใช้ใกล้ตัว อาจกลายเป็นการซ้ำเติมอาการป่วยทางผิวหนังได้โดยไม่รู้ตัว

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล