อย่าชะล่าใจ "ปวดฟัน" อาจเป็นสัญญาณเตือน 5 โรคร้าย อันตรายถึงขั้นตาบอด-เสียชีวิต

อย่าชะล่าใจ "ปวดฟัน" อาจเป็นสัญญาณเตือน 5 โรคร้าย อันตรายถึงขั้นตาบอด-เสียชีวิต

อย่าชะล่าใจ "ปวดฟัน" อาจเป็นสัญญาณเตือน 5 โรคร้าย อันตรายถึงขั้นตาบอด-เสียชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าชะล่าใจ "ปวดฟัน" อาจไม่ใช่ปัญหาในช่องปาก แต่สัญญาณเตือน 5 โรคร้าย อันตรายถึงขั้นตาบอด-เสียชีวิต

บางครั้งอาการปวดฟันที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพช่องปากเสมอไป นายแพทย์หวง เซวียน (Dr. Huang Xuan) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชบำบัดวิกฤตและโรคปอด ได้แบ่งปันประสบการณ์การรักษาคนไข้ที่มาด้วยอาการปวดฟันซีกซ้าย แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นอาการของ "กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน" (Myocardial Infarction)

นายแพทย์หวงระบุว่า มีโรคอันตรายถึงชีวิตอย่างน้อย 5 โรคที่มักแสดงอาการเริ่มต้นด้วยการปวดฟัน หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นหรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้ โดยมีรายละเอียดที่ควรเฝ้าระวังดังนี้:

1. กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Myocardial Infarction)

เมื่อหัวใจขาดเลือด สัญญาณความเจ็บปวดจะส่งผ่านเส้นประสาทเวกัสและเส้นประสาทซิมพาเทติก ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดสะท้อน (Referred Pain) ไปยังกรามล่างซ้าย ฟัน และหลังหู อาการบ่งชี้คือ: ปวดฟันซีกซ้ายร่วมกับกรามล่าง มีอาการคลื่นไส้ เหงื่อออกเย็น หายใจไม่ออก และวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก โดยที่การกัดฟันไม่ได้ทำให้ปวดมากขึ้น และการกินยาแก้ปวดก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือผู้ป่วยเบาหวาน ผู้หญิง และผู้สูงอายุ

2. หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic Dissection)

โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1-2% ในทุกๆ ชั่วโมงที่ผ่านไป ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของหลอดเลือดจะลามไปตามเส้นประสาทขึ้นสู่กราม แก้ม และรากฟัน อาการบ่งชี้คือ: ความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทันทีทันใดเหมือนระเบิด และความเจ็บปวดจะ "เคลื่อนที่ได้" จากหน้าอกไปยังลำคอและกราม นอกจากนี้ความดันโลหิตที่แขนซ้ายและขวาจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

3. โรคหลอดเลือดสมองบริเวณก้านสมอง (Brainstem Stroke)

นี่คือประเภทของโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกมองข้ามได้ง่ายที่สุด เนื่องจากนิวเคลียสของเส้นประสาทรับความเจ็บปวดตั้งอยู่ที่ก้านสมอง เมื่อเกิดภาวะผิดปกติจะกระตุ้นเส้นทางการรับรู้ความเจ็บปวด ทำให้สมองเข้าใจผิดว่ากำลังปวดฟัน อาการร่วมคือ: เวียนศีรษะ อาเจียน เดินไม่มั่นคง ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง

4. หลอดเลือดขมับอักเสบ (Temporal Arteritis)

การอักเสบของหลอดเลือดบริเวณขมับส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดของใบหน้าและเหงือก ทำให้เกิดอาการปวดขณะเคี้ยวและปวดรากฟัน มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อาการบ่งชี้คือ: เจ็บปวดมากขึ้นเมื่อเคี้ยว กดเจ็บบริเวณขมับ และสายตาพร่ามัวกะทันหัน หากรักษาล่าช้าอาจทำให้ตาบอดถาวรได้

5. การติดเชื้อรุนแรงหรือระยะก่อนภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

อาการจะคล้ายกับความปวดของเส้นประสาทใบหน้า โดยจะปวดตื้อๆ ในชั้นลึกและระบุตำแหน่งที่แน่นอนไม่ได้ อาการร่วมคือ: มีไข้หรืออุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว อ่อนเพลียมาก และเริ่มมีสติสัมปชัญญะสับสน หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบเข้าห้องฉุกเฉินทันที

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

นายแพทย์หวง เซวียน ทิ้งท้ายว่าหากมีอาการปวดฟันพร้อมกับอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้ ห้ามประมาทเด็ดขาดและควรรีบไปพบแพทย์ทันที:

  • เจ็บกรามล่างซ้าย
  • คลื่นไส้ เหงื่อออกเย็น หายใจหอบ
  • เวียนศีรษะ เดินไม่นิ่ง
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป
  • กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล