สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ค้นพบยา "VV116" ต้านไวรัสนิปาห์ ครอบคลุมหลายสายพันธุ์

ข่าวดี สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ค้นพบยา "VV116" มีฤทธิ์ต้านไวรัสนิปาห์ ครอบคลุมหลายสายพันธุ์
สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology) ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 เกี่ยวกับการค้นพบยาต้านไวรัสชนิดรับประทานชื่อ "VV116" ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) โรคอุบัติใหม่ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-70%
ทีมวิจัยร่วมนำโดย เซียว เกิงฟู่ (Xiao Gengfu), จาง เหล่ยเคอ (Zhang Leike) และ ซ่าน เชา (Shan Chao) จากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ระบุว่าไวรัสนิปาห์เป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลกที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในช่วงปี 2023-2026 ที่พบการระบาดบ่อยครั้งขึ้นในอินเดียและบังกลาเทศ ล่าสุดเมื่อต้นปี 2026 พบผู้เสียชีวิตและผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องกักตัวนับร้อยรายในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย
สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology)
ประสิทธิภาพของยา VV116 ต่อไวรัสนิปาห์
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากล Emerging Microbes & Infections พบว่ายา VV116 ซึ่งเดิมเป็นยาที่ใช้รักษาโควิด-19 ในประเทศจีนและอุซเบกิสถาน มีคุณสมบัติเด่นในการต้านไวรัสนิปาห์ ดังนี้:
- ยับยั้งการจำลองตัวของไวรัส: ยาจะเข้าไปออกฤทธิ์เป้าหมายที่เอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase (RdRp) ของไวรัส ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้
- ครอบคลุมหลายสายพันธุ์: จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่ายาสามารถยับยั้งได้ทั้งไวรัสนิปาห์สายพันธุ์มาเลเซีย (NiV-M) และสายพันธุ์บังกลาเทศ (NiV-B)
- เพิ่มอัตราการรอดชีวิต: ในการทดลองกับสัตว์ (Hamster) ที่ได้รับเชื้อในปริมาณที่ถึงแก่ชีวิต การให้ยา VV116 ทางปากในโดส 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้สูงถึง 66.7%
- ลดปริมาณไวรัสในอวัยวะสำคัญ: ยาสามารถลดปริมาณไวรัสในปอด ม้าม และที่สำคัญที่สุดคือใน "สมอง" ซึ่งเป็นจุดอันตรายที่สุดของโรคนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความหวังใหม่ในการควบคุมการระบาด
ดร. หู เทียนเหวิน (Dr. Hu Tianwen) จากบริษัท Vigorousness Pharmaceutical ผู้ร่วมวิจัยระบุว่า การค้นพบนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ยืนยันศักยภาพของยา VV116 ในการรักษาไวรัสนิปาห์ ซึ่งนอกจากจะใช้รักษาผู้ป่วยแล้ว ยังอาจใช้เป็นยาป้องกัน (Prophylaxis) สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการที่ต้องสัมผัสเชื้อ
เนื่องจากยา VV116 เป็นยาที่มีการผลิตและใช้งานจริงอยู่แล้วในปัจจุบัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ "พร้อมใช้งาน" ทันทีหากเกิดการระบาดใหญ่ในอนาคต ช่วยลดขั้นตอนการพัฒนาตัวยาใหม่ที่ต้องใช้เวลานาน
ข้อควรระวังเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์
แม้จะมีข่าวดีเรื่องยารักษา แต่ไวรัสนิปาห์ยังคงเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่าไวรัสชนิดนี้ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมี "ค้างคาวแม่ไก่" เป็นพาหะหลัก และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ รุนแรงไปจนถึงสมองอักเสบและโคม่า
การป้องกันเบื้องต้นที่ทำได้คือ หลีกเลี่ยงการกินผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากสัมผัสสัตว์หรือเข้าพื้นที่เสี่ยง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี