ผวา "ไวรัสนิปาห์" แพทย์อินเดียเตือน "ผลไม้" ที่ค้างคาวชอบเจาะ กินเข้าไปเสี่ยงรับเชื้อ

ผวา "ไวรัสนิปาห์" แพทย์อินเดียเตือน "ผลไม้" ที่ค้างคาวชอบเจาะ กินเข้าไปเสี่ยงรับเชื้อ

ผวา "ไวรัสนิปาห์" แพทย์อินเดียเตือน "ผลไม้" ที่ค้างคาวชอบเจาะ กินเข้าไปเสี่ยงรับเชื้อ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนภัย! ไวรัส "นิปาห์" ระบาดอินเดีย งดกิน "อินทผาลัม-ผลไม้" ที่มีรอยค้างคาวกัด เสี่ยงตายสูง 75%

กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองทันที เมื่อกระทรวงสาธารณสุขของอินเดียและเวียดนาม ต่างออกมาประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) ที่กำลังปะทุขึ้นในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะคำเตือนเรื่องการกิน "ผลไม้" ยอดฮิตบางชนิดที่อาจเป็นพาหะนำโรคโดยไม่รู้ตัว

อินเดียผวา! ไวรัสมรณะไร้ยารักษา อัตราตายสูงลิ่ว

สถานการณ์ล่าสุดในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2569) พบว่าระบบสาธารณสุขกำลังตื่นตัวอย่างหนัก เนื่องจาก ไวรัสนิปาห์ เป็นเชื้อที่อันตรายมาก:

  • ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาเฉพาะทาง
  • อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% - 75%
  • การแพร่เชื้อ: จากสัตว์สู่คน (ค้างคาว/หมู) และจากคนสู่คน

Times of India รายงานว่า พบพยาบาล 2 รายติดเชื้อและอาการวิกฤต ต้องรักษาตัวในห้อง ICU ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสนี้เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดใหญ่

ระวัง "อินทผาลัม" และผลไม้มีรอยกัด

ดร. ไอศวรรยา อาร์ (Dr. Aishwarya R) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ระบุว่า พาหะหลักของโรคนี้คือ "ค้างคาวกินผลไม้" ซึ่งมักจะชอบกิน "อินทผาลัม" (Dates) และผลไม้รสหวานอื่นๆ

3 ช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย:

  1. สัมผัสสารคัดหลั่งของค้างคาวโดยตรง
  2. กินผลไม้ที่ปนเปื้อน: โดยเฉพาะผลไม้ที่มีรอยค้างคาวกัด, ผลไม้ที่ร่วงตามพื้น หรือน้ำหวานจากต้นอินทผาลัม/ตาล/มะพร้าวสด ที่ยังไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ
  3. สัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย (คนสู่คน)

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า "ห้ามกินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะเด็ดขาด" เพราะค้างคาวอาจทิ้งน้ำลายที่มีเชื้อไวรัสไว้ที่ผลไม้นั้น

เวียดนามสั่งคุมเข้ม! แนะวิธีป้องกันสำหรับคนไทย

แม้ขณะนี้ (ม.ค. 2569) เวียดนามและไทยจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ออกประกาศเตือนประชาชน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับคนไทยได้ ดังนี้:

สิ่งที่ควรทำ:

  • กินร้อน ช้อนกลาง: เน้นอาหารปรุงสุก สะอาด
  • ล้างและปอก: ล้างผลไม้ให้สะอาดและ "ปอกเปลือก" ก่อนกินทุกครั้ง
  • ล้างมือ: ฟอกสบู่หลังสัมผัสเนื้อสัตว์ หรือก่อนทานอาหาร

สิ่งต้องห้าม:

  • ห้ามกินผลไม้ที่มีรอยนก หรือ ค้างคาวเจาะ/กัด
  • ห้ามกินผลไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • หลีกเลี่ยงการดื่ม "น้ำตาลสด" (น้ำจากจั่นมะพร้าว/ตาล/อินทผาลัม) แบบดิบๆ ที่ยังไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ

อาการสังเกตเบื้องต้น (ระยะฟักตัว 4-14 วัน)

หากใครเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสสัตว์พาหะ แล้วมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที:

  • ไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ
  • วิงเวียน อาเจียน
  • อาการรุนแรง: ง่วงซึม สับสน ชัก หรือหมดสติ (บ่งบอกถึงสมองอักเสบ)

ช่วงนี้ใครที่ชอบทานผลไม้ หรือมีแผนเดินทางไปต่างประเทศแถบเอเชียใต้ การเลือกกินอาหารที่สะอาดและปรุงสุกไว้ก่อน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล