ไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละกี่แก้ว? รู้จัก "ขีดจำกัด" คาเฟอีนของร่างกาย ก่อนสายเกินไป!

คอกาแฟต้องรู้! ดื่มแค่ไหนถึงจะพอดีต่อร่างกายใน 1 วัน
หลายคนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟ และอาจต่อแก้วที่สอง แก้วที่สามในช่วงบ่ายเพื่อให้การทำงานไหลลื่น แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางวันดื่มแล้วตื่นตัวกำลังดี แต่บางวันกลับรู้สึกกระสับกระส่าย ใจสั่น หรือนอนตาค้างทั้งคืน? นั่นเป็นเพราะร่างกายมี "ขีดจำกัด" ในการรับคาเฟอีนที่ต่างกันครับ ถ้าอยากรู้ว่ากาแฟที่คุณดื่มอยู่ทุกวันเกินโควต้าที่ร่างกายรับไหวหรือยัง ลองมาเช็กปริมาณแก้วที่เหมาะสมกัน
ไขข้อสงสัย กาแฟไม่ควรกินเกินวันละกี่แก้ว?
เพื่อให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน) เราสามารถคำนวณจำนวนแก้วตามประเภทกาแฟที่ดื่มได้ดังนี้:
หากจะนับโควต้าเป็นจำนวนแก้วเพื่อให้เข้าใจง่าย สามารถแบ่งตามประเภทของกาแฟได้ดังนี้ครับ:
- กาแฟดำ (ชงเอง): โดยทั่วไปใช้กาแฟประมาณ 1 ช้อนชา (มีคาเฟอีนราว 80 มิลลิกรัม) จึงดื่มได้ไม่เกิน 3-4 แก้วต่อวัน
- กาแฟสด: กาแฟที่ชงจากเครื่องหรือตามคาเฟ่ มักมีคาเฟอีนประมาณ 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว จึงไม่ควรดื่มเกิน 2-3 แก้วต่อวัน
- กาแฟกระป๋อง: เป็นกาแฟที่มีความเข้มข้นสูง มีคาเฟอีนประมาณ 150-160 มิลลิกรัมต่อกระป๋อง จึงควรดื่มไม่เกิน 2 กระป๋องต่อวัน
กินกาแฟเยอะเกินไป จะส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย
การได้รับคาเฟอีนมากเกินไป หรือที่เรียกว่า Caffeine Overdose ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เพราะเมื่อร่างกายรับสารนี้เข้าไปเกินขนาด สัญญาณเตือนจะเริ่มถูกส่งผ่านระบบต่าง ๆ ดังนี้:
- ระบบประสาทส่วนกลาง: คาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นประสาทจนเกินพอดี ทำให้เกิดอาการมือสั่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ปวดศีรษะ และในรายที่รุนแรงอาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้
- ระบบทางเดินอาหาร: ใครที่เป็นโรคกระเพาะต้องระวังเป็นพิเศษครับ เพราะคาเฟอีนจะไปเร่งการหลั่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้มากขึ้น ส่งผลให้ระคายเคืองแผลในกระเพาะหรือลำไส้ได้ง่ายกว่าปกติ
- ระบบการไหลเวียนโลหิต: สารนี้มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจโดยตรง ทำให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น จนความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ซึ่งอันตรายมากสำหรับผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่เดิม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้
- ระบบทางเดินปัสสาวะ: คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยจะไปลดการดูดน้ำกลับที่ไต ทำให้เราปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น และที่ต้องระวังคือ "แคลเซียม" จะถูกขับออกมาพร้อมกันด้วย ซึ่งหากปัสสาวะมีความเข้มข้นของแคลเซียมผิดปกติบ่อย ๆ อาจกลายเป็นต้นเหตุของการเกิดนิ่วได้ครับ
สุดท้ายแล้ว กาแฟคือ "ตัวช่วย" ให้วันของคุณราบรื่น ไม่ใช่ "ตัวร้าย" ที่ทำลายสุขภาพครับ แค่หันมาสังเกตแก้วในมือสักนิดว่าเราดื่มเพลินจนเกินขีดจำกัดไปหรือเปล่า เพื่อให้ทุกจิบยังคงความฟิน ได้ความตื่นตัวแบบพอดีๆ โดยไม่ต้องแลกด้วยอาการใจสั่นหรือนอนตาค้าง รักกาแฟแล้ว อย่าลืมรักร่างกายตัวเองด้วยนะครับ!
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
