หญิงป่วยเบาหวานดับไม่รู้ตัว พบสาเหตุจากมื้อเช้าที่กินประจำ เผย 3 เมนูต้องห้าม ที่ 1 ดูจืดๆแต่ร้าย!

จากอาหารดูปลอดภัย สู่โศกนาฏกรรมของผู้ป่วยเบาหวานวัย 48 ปี แพทย์เตือนแรง 3 เมนูต้องห้าม คนไทยฮิตกินมาก
โศกนาฏกรรมสะท้อนความเข้าใจผิดเรื่องอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อ นางหลิน หญิงชาวจีนวัย 48 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหัน แม้เธอพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดมาตลอด 3 ปี แต่เมนูมื้อเช้าที่เธอทานประจำกลับเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงจนเกิดภาวะวิกฤต
นางหลินเริ่มปรับวิถีชีวิตทันทีหลังตรวจพบโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเน้นการกินจืดและควบคุมปริมาณอาหารดังนี้
- มื้อเช้า: โจ๊กขาวหรือข้าวต้ม 1 ถ้วย พร้อมผักดอง
- มื้อเที่ยง: ข้าวครึ่งถ้วยกับผัดผักน้ำมันน้อย
- มื้อเย็น: ลดแป้งเกือบทั้งหมด กินเพียงมันเทศและแตงกวายำ
แม้จะดูเหมือนเป็นมื้อสุขภาพ แต่ระดับน้ำตาลในเลือดของนางหลินยังแกว่งตัวรุนแรง จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ครอบครัวพบเธอหมดสติในห้องนอน แพทย์วินิจฉัยว่าเกิด Diabetic Ketoacidosis ร่วมกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงวิกฤต ส่งผลให้นางหลินเสียชีวิตจากภาวะล้มเหลวของอวัยวะหลายระบบ
3 เมนูมื้อเช้าที่คนเป็นเบาหวานควรเลี่ยง
นพ.หวัง ไคเหลียง หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อ เตือนว่า มื้อเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายยังตอบสนองต่ออินซูลินต่ำ หากกินแป้งขัดขาวจะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็ว ได้แก่
- โจ๊กขาวหรือข้าวต้มเละ ๆ – ย่อยง่าย แต่มีดัชนีน้ำตาลสูง ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งทันที แม้เป็นอาหารจืดๆ ที่ดูไม่มีพิษมีภัย ซึ่งเป็นเมนูเดียวกับที่คุณหลินทานประจำในมื้อเช้า จนกระตุ้นน้ำตาลให้พุ่งประจำ โดยไม่รู้ตัว

- แป้งทอด เช่น ปาท่องโก๋ ซาลาเปาทอด แพนเค้ก – เมนูฮิตอุดมด้วยน้ำมันและแป้งขัดขาว ทำให้คุมระดับน้ำตาลและไขมันยาก ถือเป็นเมนูอันตรายอย่างมาก ในการทานเป็นมื้อแรกของวัน
(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
- อาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด – แป้งและไขมันสูง ส่งผลให้น้ำตาลพุ่ง และควบคุมได้ยาก
(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
คำแนะนำมื้อเช้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน: เน้นโปรตีนและไขมันดี พร้อมแป้งเชิงซ้อน เช่น นมจืด ไข่ต้ม ผักใบเขียว และธัญพืชอย่างข้าวโพดหรือฟักทองในปริมาณพอเหมาะ
เบาหวาน ฆาตกรเงียบที่ควรระวัง
งานวิจัยจากวารสาร Diabetes Care พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวาน มากกว่า 40% และผู้ที่เป็นเบาหวานก่อนอายุ 40 ปีจะมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นลงกว่า 4 ปี หากปล่อยให้น้ำตาลสูงต่อเนื่อง อวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ไต และระบบประสาท จะถูกทำลายอย่างเงียบ ๆ
4 พฤติกรรมต้องห้าม หากไม่อยากให้อาการทรุด
- ไม่ออกกำลังกาย – ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง
- สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ – ทำลายหลอดเลือดและทำให้คุมน้ำตาลยาก
- ความเครียดสะสม – ฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้น้ำตาลแกว่ง
- ปรับยาเอง/กินยาไม่ตรงเวลา – เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรเชื่อข้อมูลผิด ๆ เพียงอย่างเดียว การวางแผนอาหารและปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การคุมเบาหวานมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี