ศิลปกรรมศาสตร์ DPU เปิดพื้นที่ช่างชุ่ย ดันศิลปนิพนธ์กราฟิกสู่สาธารณะ ปลดล็อกศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขาการออกแบบกราฟิก จัดแสดงนอกสถานที่ ณ ช่างชุ่ย เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้โชว์ศักยภาพผ่านการทำงานจริง เรียนรู้การบริหารจัดการนิทรรศการ การทำงานเป็นทีม และการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ ท่ามกลางผู้ชมหลากหลายกลุ่มในพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมสมัย
ดร.ปรวรรณ ดวงรัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยถึงที่มาของการจัดนิทรรศการศิลปนิพนธ์นอกสถานที่ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการออกแบบกราฟิก ณ ช่างชุ่ย ว่า ตามแนวทางของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU ได้มุ่งให้นักศึกษาได้ส่งเสริมการนำผลงานออกแสดงสู่พื้นที่สาธารณะจริง เพื่อเรียนรู้บริบทการทำงานนอกห้องเรียน และได้รับฟีดแบ็กจากผู้ชมหลากหลายกลุ่มอย่างแท้จริง
ดร.ปรวรรณ ระบุว่า นักศึกษาสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ มีจำนวนเกือบ 40 คน โดยได้ดำเนินการจัดทำศิลปนิพนธ์เสร็จสิ้นในภาคเรียนที่ 1/2568 และเคยจัดแสดงผลงานภายในมหาวิทยาลัยมาแล้ว ก่อนต่อยอดสู่การจัดแสดงนอกสถานที่ ซึ่งถือเป็นการจัดนิทรรศการภายนอกอย่างจริงจังครั้งแรกในรอบ 4–5 ปี หลังจากที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักจัดแสดงภายในมหาวิทยาลัยหรือพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ห้องสมุด หรือศูนย์การค้า

สำหรับการเลือกพื้นที่ช่างชุ่ยนั้น เกิดจากการหารือร่วมกันระหว่างคณะและนักศึกษา โดยเห็นตรงกันว่าพื้นที่ดังกล่าวมีบรรยากาศเชิงสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว และครอบครัวได้หลากหลาย อีกทั้งยังสอดรับกับแนวคิดของงานที่นักศึกษาร่วมกันพัฒนาขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “Is.Art.Earthquake” ซึ่งสะท้อนประสบการณ์และความรู้สึกร่วมของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งภัยพิบัติ เหตุการณ์แผ่นดินไหว และความผันผวนทางสังคม
ในกระบวนการเตรียมงาน นักศึกษาร่วมกันบริหารจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน แบ่งทีมรับผิดชอบด้านสถานที่ การรวบรวมผลงาน การออกแบบพื้นที่จัดแสดง การดูแลบัญชีค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเตรียมอุปกรณ์และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยอาจารย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนในเชิงวิชาการและการทำงานจริง ใช้ระยะเวลาเตรียมงานต่อเนื่องหลายเดือน
นิทรรศการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนการจัดแสดงผลงาน และกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “First Job, First Shock” ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวันเปิดงาน โดยมีคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นประธานเปิดงาน บรรยากาศเป็นกันเอง สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษา
ด้านผลงานจัดแสดง มีนักศึกษาเข้าร่วมทั้งหมด 31 คน ครอบคลุมงานออกแบบหลากหลายสาขา ทั้งงานแบรนด์ดิ้งและรีแบรนด์ งานออกแบบคาแรกเตอร์และอาร์ตทอยสามมิติ งานโมชั่นกราฟิก งานออกแบบเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงงานแฟชั่นที่ผสานองค์ความรู้ด้านกราฟิกดีไซน์เข้ากับการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ บางผลงานนำแรงบันดาลใจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ไฟป่า น้ำท่วม และแผ่นดินไหว มาถ่ายทอดผ่านการออกแบบเสื้อผ้าโดยใช้โครงสร้างผ้าที่ไม่สมบูรณ์เป็นสัญลักษณ์ของร่องรอยธรรมชาติ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งสะท้อนวัฒนธรรมวัยรุ่นและวิถีชีวิตร่วมสมัย
ดร.ปรวรรณ กล่าวว่า ผลตอบรับจากการจัดแสดงนอกสถานที่ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ แม้พื้นที่จะอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัย แต่ด้วยลักษณะของช่างชุ่ยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ทำให้มีผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเย็นและหัวค่ำตลอดระยะเวลาจัดงาน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายผลงาน DIY ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และผลงานวิจัยด้านกราฟิกที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น กระเป๋าผ้า พวงกุญแจ
“สิ่งสำคัญคือนักศึกษาหลายคนสามารถจำหน่ายผลงานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า คาแรคเตอร์ดีไซน์ หรือสินค้าที่ต่อยอดจากทักษะเฉพาะตัว ซึ่งช่วยให้นักศึกษาเห็นภาพการทำงานเชิงพาณิชย์ การพูดคุยกับลูกค้า และโอกาสในการสร้างรายได้จากงานออกแบบตั้งแต่ยังเรียนอยู่” หัวหน้าสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าว
ดร.ปรวรรณ สรุปว่า การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำผลงานออกสู่สาธารณะ แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การบริหารจัดการ และการต่อยอดผลงานสู่โลกจริง ขณะเดียวกันยังเป็นการประชาสัมพันธ์คณะและมหาวิทยาลัยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยในอนาคต คณะมีแผนมองหาพื้นที่จัดแสดงที่สามารถเชื่อมโยงทั้งมิติทางวิชาการและการเข้าถึงสังคมทั่วไป เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายและรอบด้านยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ครั้งนี้ เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการเรียนรู้ที่เริ่มต้นตั้งแต่การร่วมกันตัดสินใจเลือกพื้นที่จัดงาน ไปจนถึงการทำงานเป็นทีมและการนำผลงานออกสู่สายตาสาธารณชน โดย นางสาวสุนันทา อิสุวรี หรือน้องไนซ์ ประธานรุ่นสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ และนางสาวอัมรัตน์ เพ็ชรประดับสกุล หรือน้องเป็ด ฝ่ายกราฟิกสถานที่ ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เกิดจากการพูดคุยร่วมกันของนักศึกษาเกี่ยวกับสถานที่จัดแสดงผลงาน
นางสาวอัมรัตน์ กล่าวว่า “ทีมงานกำหนดเงื่อนไขสำคัญ 3 ด้าน คือ ต้องเป็นพื้นที่ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำเสนอผลงานต่อสาธารณะอย่างแท้จริง และจากการศึกษางานลักษณะใกล้เคียงกันย้อนหลังหลายปี ทีมงานเห็นตรงกันว่า “ช่างชุ่ย” เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์มากที่สุด ขณะเดียวกันกระบวนการตัดสินใจในช่วงแรกเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาย่อยด้านการสื่อสารและการบริหารจัดการกันในกลุ่ม แต่ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้สามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาและประคองงานให้เดินหน้าต่อไปได้ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการสื่อสาร ความใจเย็น และความรับผิดชอบต่อทีม” นักศึกษาฝ่ายกราฟิกสถานที่ กล่าว
ในส่วนของผลงานของ นางสาวอัมรัตน์ ชื่อ “โครงการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและสื่อประชาสัมพันธ์ Trip butler”ยอมรับว่า เดิมไม่มั่นใจในทักษะด้านการออกแบบและการใช้โปรแกรม แต่การได้ฝึกฝนอย่างเข้มข้น พร้อมนำผลงานออกมาจัดแสดงจริงและได้รับคำชื่นชมจากผู้ชม ช่วยให้เริ่มเห็นคุณค่าในผลงานของตนเอง และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ นางสาวสุนันทา อิสุวรี หรือน้องไนซ์ ประธานรุ่นสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบเจ้าของผลงานชื่อ “โครงการออกแบบอัตลักษณ์บรรจุภัณฑ์และสื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยแบรนด์ “BANANISM” เล่าถึงอีกมิติหนึ่งของการจัดแสดงว่า แนวคิดหลักของการจัดแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ครั้งนี้ใช้คอนเซ็ปต์ “Is.Art.Earthquake” ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ชีวิตของนักศึกษาทั้งรุ่นที่ต้องเผชิญกับมรสุมหลายด้าน ได้ฝ่าฟันอุปสรรค และ มรสุมชีวิต และยังมีวิกฤติอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาด หรือแม้แต่แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทุกประสบการณ์เหล่านั้นก็หล่อหลอมให้พวกเราแข็งแกร่ง แล้วก้าวผ่านมาได้ ดังนั้นผลงานทุกชิ้น ในงานนี้จึงเป็นเหมือนรสชาติที่ผ่านการปรุงแต่งจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน และเพื่อสะท้อนพลังของนักศึกษาจนนำไปสู่คีย์เวิร์ดสำคัญคือ คำว่า Earthquake ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ มาผสานเข้ากับคำว่า Is และ Art เพื่อสื่อว่า พวกเราคือแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ของวงการศิลปะ
“ในทีมมีการแบ่งหน้าที่หลักอย่างชัดเจน ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบหลายหน้าที่และช่วยเหลือกันอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การจัดแสดงครั้งนี้มีนักศึกษานำผลงานเข้าร่วมทั้งหมด 31 คน และเกิดผลงานหลากหลายรูปแบบที่ได้รับความสนใจ อาทิ ประติมากรรมกระดาษที่นำเสนอเรื่องราวของจังหวัดภาคเหนือ งานกระเป๋าที่ใช้เศษผ้าและศิลปะการเล่าเรื่อง (Storytelling) ซึ่งสามารถจำหน่ายได้จริง รวมถึงผลงานบอร์ดเกมที่มีผู้สนใจติดต่อขอนำไปวางจำหน่ายในร้านแล้วด้วย” ประธานรุ่นสาขาวิชาเอกกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ กล่าว
สำหรับผลงานแบรนด์ “BANANISM” ของตนเองเกิดจากการนำประสบการณ์และพื้นฐานธุรกิจเกษตรของครอบครัวมาต่อยอดเป็นแบรนด์ โดยหยิบวัตถุดิบและเรื่องราวใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นผลงานเชิงสร้างสรรค์ การได้นำผลงานออกมาจัดแสดงนอกห้องเรียนจึงเป็นโอกาสสำคัญในการทดสอบแนวคิดกับผู้ชมจริง
นางสาวสุนันทา ทิ้งท้ายด้วยว่า การจัดแสดงผลงานครั้งนี้แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนอย่างได้ชัด เพราะนักศึกษาได้มีโอกาสนำผลงานออกไปพบกับผู้ชมจริง ได้รับทั้งมุมมอง ข้อเสนอแนะ และคำถามจากคนภายนอก ซึ่งช่วยให้เห็นศักยภาพของผลงานและแนวทางการต่อยอดได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการจัดแสดง ยังเปิดโอกาสให้เพื่อนในรุ่นที่ไม่เคยได้ทำงานหรือพูดคุยกันมาก่อน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และช่วยเหลือกัน จนเกิดความผูกพันและความสามัคคีในหมู่นักศึกษา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
