
ชาวนาสกอตแลนด์ถึงกับขยี้ตา! กำลังไถนาอยู่ดีๆ ดันไปเจอ "สิ่งแปลกปลอม" ใต้ดิน เมื่อนักโบราณคดีมาตรวจสอบถึงกับอึ้ง ที่แท้คือสุสานโบราณยุคสัมฤทธิ์ อายุกว่า 4,000 ปี ที่ซุกซ่อนความลับสุดสะพรึงเอาไว้
การค้นพบทางโบราณคดีที่หาได้ยากครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เมือง Rhubodach บนเกาะ Bute (Isle of Bute) ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อชาวนาคนหนึ่งบังเอิญไปขุดเจอเข้ากับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินมานานกว่าศตวรรษ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สิ่งที่พบคือ "หลุมศพหิน" (Cist Grave) ซึ่งเป็นรูปแบบการฝังศพที่มีชื่อเสียงในยุคสัมฤทธิ์ (Bronze Age) มีอายุเก่าแก่ถึง 4,000 ปี หรือประมาณ 2,250 ปีก่อนคริสตกาล
ความจริงแล้ว จุดนี้เคยมีการค้นพบครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2406) โดยในตอนนั้นมีการขุดพบ "กะโหลกศีรษะ" และถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ในลอนดอน แต่หลังจากนั้นหลุมศพแห่งนี้ก็ถูกลืมเลือนและถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินมานานกว่า 100 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้ง
จากการขุดค้นอย่างละเอียดอีกครั้งในปี 2022 โดยกลุ่มนักโบราณคดี AOC Archaeology Group ได้เผยให้เห็นความจริงที่น่าสนใจ ภายในหลุมศพไม่ได้มีแค่ร่างเดียว แต่พบ "โครงกระดูก 2 ร่าง" นอนทับซ้อนกันอยู่ ซึ่งสันนิษฐานว่าไม่ได้ถูกฝังพร้อมกัน
เรื่องที่น่าเสียดายและชวนขนลุกเล็กน้อยคือ "ทั้งสองร่างไม่มีกะโหลกศีรษะ" เนื่องจากวิธีการศึกษาโบราณคดีในยุคศตวรรษที่ 19 มักจะนิยมเก็บไปแค่ส่วนกะโหลกเพื่อนำไปศึกษาแยกต่างหาก ทำให้ปัจจุบันกะโหลกเหล่านั้นได้สูญหายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงโครงกระดูกส่วนลำตัวในหลุม
ปัจจุบัน ชิ้นส่วนโครงกระดูกเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในเมืองเอดินบะระ เพื่อให้นักวิจัยได้ศึกษาเจาะลึกถึงวิถีชีวิตและความเชื่อทางจิตวิญญาณของผู้คนในยุคสัมฤทธิ์ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก: All That Interesting
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :SOHA