"ไมโครเวฟ" ก่อมะเร็งจริงหรือ? กูรูเฉลย "3 พฤติกรรม" เสี่ยงตายของจริง อยู่ที่ภาชนะล้วนๆ

"ไมโครเวฟ" ก่อมะเร็งจริงหรือ? นักโภชนาการเฉลย "3 พฤติกรรม" เสี่ยงตายของจริง อยู่ที่ภาชนะล้วนๆ!
หลายคนมักมองว่า "ไมโครเวฟ" เป็นผู้ร้ายในห้องครัว ทั้งเชื่อว่าทำลายสารอาหาร มีรังสีตกค้าง หรือร้ายแรงที่สุดคือเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของ "มะเร็ง"
ล่าสุด เจิง เจี้ยนหมิง นักโภชนาการชื่อดังของไต้หวัน ได้ออกมาแก้ต่างและคืนความยุติธรรมให้ไมโครเวฟ โดยระบุว่าความเชื่อเหล่านั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด ส่วนตัวการร้ายที่แท้จริงคือ "ภาชนะที่คุณใช้" และ "อาหารที่คุณกิน" ต่างหาก
ไมโครเวฟ = ฮีโร่ช่วยรักษาคุณค่าอาหาร
นักโภชนาการอธิบายว่า การทำอาหารด้วยไมโครเวฟกลับมีข้อดีทางโภชนาการที่หลายคนไม่รู้ เพราะใช้เวลาน้อยและไม่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก ทำให้สารอาหารกลุ่มที่ "กลัวความร้อนและละลายในน้ำได้" อย่าง วิตามิน B และ C ยังคงอยู่ได้ดีกว่าการนำไปต้มจนเปื่อยเสียอีก ดังนั้นการเวฟจึงทำให้สูญเสียสารอาหารน้อยกว่าที่คิด
"คลื่น" ไม่น่ากลัว เท่ากับ "ภาชนะ"
สำหรับความเชื่อเรื่องมะเร็ง คุณหมอยืนยันว่าคลื่นไมโครเวฟทำงานโดยการทำให้โมเลกุลน้ำสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อน ไม่มีการตกค้างในอาหารและไม่เปลี่ยนแปลง DNA ของวัตถุดิบ สิ่งที่อันตรายจริงๆ คือการใช้ภาชนะผิดประเภท ซึ่งมี 3 อย่างที่ "ห้ามหาทำ" เด็ดขาด ได้แก่:
- โลหะ: อาจทำให้เกิดประกายไฟ
- ถุงพลาสติกทั่วไป: ไม่ทนความร้อน สารเคมีอาจละลายปนเปื้อน
- พลาสติกแรป (Cling Film): ห้ามให้สัมผัสโดนอาหารโดยตรงขณะเวฟ
ภาชนะที่แนะนำ (Safe Zone): ควรใช้ แก้ว, เซรามิก หรือพลาสติกทนความร้อนที่ระบุสัญลักษณ์ เบอร์ 5 (PP) เท่านั้น
iStockphoto
เทียบชัดๆ อุปกรณ์ไหนดีที่สุด?
- ไมโครเวฟ: เหมาะกับคนยุคใหม่ที่เร่งรีบ (แค่ต้องระวังเรื่องภาชนะ)
- หม้อทอดไร้น้ำมัน: ดีที่ลดน้ำมันได้ แต่ต้องระวังการใช้ความร้อนสูงกับอาหารจำพวก "แป้ง" เพราะอาจเกิดสารก่อมะเร็ง (อะคริลาไมด์) ได้
- การนึ่ง/ต้ม: เป็นวิธีที่ "อ่อนโยนและเสถียรที่สุด" ดีต่อสุขภาพลำไส้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ คนป่วย และคนที่เตรียมมีบุตร
สรุป: เลิกกลัวไมโครเวฟ แล้วหันมาใส่ใจวัตถุดิบดีกว่า หากคุณเวฟอกไก่กับผัก มันก็คือมื้อสุขภาพ แต่ถ้าคุณเวฟอาหารแปรรูปไขมันสูง ต่อให้เปลี่ยนไปใช้วิธีนึ่ง มันก็ยังทำลายสุขภาพอยู่ดี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี