ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบ

ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบ

ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอดสนิท รวยแต่รักษาไม่ได้ ขอใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบ

โรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัวและอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ดังเช่นกรณีศึกษาที่น่าสลดใจในไต้หวัน เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของคนไข้ชายรายหนึ่งที่แม้จะมีฐานะร่ำรวยแต่ต้องสูญเสียการมองเห็นไปตลอดกาลจากโรคเบาหวาน จนนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตตนเองในต่างประเทศ

นายแพทย์หลิน อี้ซิน (Dr. Lin Yixin) ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ได้แบ่งปันเรื่องราวผ่านรายการ Health Good Life (健康好生活) เกี่ยวกับคนไข้ชายวัย 40 ปี ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี ที่เข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการ เลือดออกในจอประสาทตา ผลการตรวจร่างกายพบว่าเขามีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงถึง 13% และมีระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารพุ่งสูงกว่า 600 mg/dL ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์อันตรายอย่างยิ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพ

ภาวะแทรกซ้อนที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้

แม้ว่าคนไข้รายนี้จะพยายามอย่างหนักในการรักษา ทั้งการควบคุมอาหารและการฉีดอินซูลินจนสามารถลดระดับน้ำตาลสะสมลงมาอยู่ที่ 6.2% และน้ำตาลหลังมื้ออาหารเหลือเพียง 160 mg/dL ภายในเวลา 3 เดือน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้น "ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นปกติได้"

นายแพทย์หลิน อี้ซิน ระบุว่าท้ายที่สุดจักษุแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขาต้องตาบอดถาวร โดยเหลือการมองเห็นเพียง 0.1 เท่านั้น ซึ่งสร้างความสิ้นหวังให้กับชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก ในการเข้าพบแพทย์ครั้งสุดท้าย เขาได้กล่าวอำลาและแจ้งว่าตัดสินใจจะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการ "การุณยฆาต" (Euthanasia) เนื่องจากไม่สามารถยอมรับสภาพการสูญเสียการมองเห็นตลอดชีวิตได้

3 สัญญาณอันตรายจากเบาหวานที่ต้องระวัง

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศอย่าง ETtoday แพทย์ได้เตือนถึง 3 ภาวะแทรกซ้อนหลักของโรคเบาหวานที่มักเกิดขึ้นตามระยะเวลา ดังนี้:

  1. อาการชาตามเส้นประสาท: มักเริ่มปรากฏหลังจากเป็นโรคไปแล้ว 5 ปี โดยจะมีอาการมือเท้าชา
  2. โรคไตจากเบาหวาน: มักเกิดขึ้นหลังจากเป็นโรค 10 ปี เริ่มจากมีโปรตีนในปัสสาวะ จนถึงขั้นปัสสาวะเป็นฟองที่ไม่หายไปภายใน 15 วินาที
  3. จอประสาทตาผิดปกติ: เกิดจากเส้นเลือดในตาแตกและนำไปสู่การลอกตัวของจอประสาทตา

อันตรายของโรคเบาหวานที่รุนแรงกว่าโรคมะเร็ง

ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสุขภาพไต้หวัน (National Health Insurance Administration) ระบุสถิติที่น่าตกใจว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องถูกตัดอวัยวะ (เช่น ขา) มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 1 ใน 4 ภายในปีแรก และเพิ่มเป็นครึ่งหนึ่งภายในปีที่ 2 ซึ่งถือว่ามีอัตราความเสี่ยงสูงกว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคมะเร็งบางชนิดเสียอีก

สาเหตุหลักเกิดจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีการควบคุมโรคที่ไม่ดี เมื่อถูกตัดอวัยวะจะทำให้ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง นำไปสู่สภาวะนอนติดเตียงและเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในที่สุด

ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานในผู้ใหญ่นั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและขยายตัวไปสู่กลุ่มคนอายุน้อยลง การตรวจสุขภาพและควบคุมระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เช่นนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล