ผลไม้ราคาแพง "ลูกละเป็นแสน" เศรษฐีเช่ามาวางโชว์ ปัจจุบันขายถูกๆ คนไทยกินทุกบ้าน

จากผลไม้ "หลักแสน" ที่เศรษฐีต้องเช่ามาอวดรวย สู่ "สับปะรด" รถเข็นข้างทางในราคาหลักสิบ
ใครจะเชื่อว่า “สับปะรด” ผลไม้รสเปรี้ยวหวานที่เราหาซื้อกินได้ง่ายตามรถเข็นข้างทางในราคาไม่กี่สิบบาท ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ช่วงศตวรรษที่ 17-18 เคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งอย่างสุดโต่ง มีมูลค่าสูงเทียบเท่าหลักแสนบาทในปัจจุบัน จนเหล่ามหาเศรษฐีและขุนนางในยุโรปต้องยอม “เช่า” มาวางประดับโต๊ะอาหารเพียงเพื่ออวดบารมีในงานเลี้ยงเท่านั้น
สับปะรดเป็นของหายากระดับโลกที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากทวีปอเมริกาใต้ และกลายเป็นที่ปรารถนาของชนชั้นสูงในยุโรปถึงขั้นถูกขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้" ที่แสดงถึงอิทธิพลและรสนิยมอันเลิศเลอ

ทำไมสับปะรดในอดีตถึงมีราคาแพงเท่าบ้าน?
ความแพงของสับปะรดในยุคนั้นไม่ได้มาจากรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่มาจากอุปสรรคและต้นทุนมหาศาลในการครอบครอง ดังนี้
- การขนส่งที่ยากลำบาก: ในยุคเรือใบ การขนส่งผลไม้สดจากเขตร้อนสู่ยุโรปใช้เวลานานมาก ส่วนใหญ่จะเน่าเสียก่อนถึงฝั่ง ทำให้สับปะรดผลที่สภาพสมบูรณ์มีค่าน้อยยิ่งกว่าทองคำ
- ต้นทุนการเพาะปลูกในยุโรป: หากต้องการปลูกเองในเมืองหนาว ต้องสร้างโรงเรือนกระจกพิเศษที่เรียกว่า "Pinery" ซึ่งต้องใช้เชื้อเพลิงและแรงงานมหาศาลเพื่อรักษาความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง
- มูลค่ามหาศาล: สับปะรดหนึ่งผลในสมัยนั้นอาจมีราคาสูงหลายพันปอนด์ เมื่อเทียบกับค่าเงินปัจจุบันก็คือหลักแสนหรือหลายแสนบาท
Royal Collection Trustภาพวาด Charles II Presented with a Pineapple
ยุคแห่งการ "เช่าสับปะรด" มาเป็นพร็อพประดับบารมี
ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว ทำให้เกิดธุรกิจ “เช่าสับปะรด” ขึ้นในอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ เจ้าภาพงานเลี้ยงที่อยากโชว์ความรวยแต่สู้ราคาซื้อไม่ไหว จะไปเช่าสับปะรดมาวางไว้กลางโต๊ะอาหารเพื่อเป็นเครื่องประดับตลอดคืนเพื่อให้แขกเหรื่อตกตะลึง จากนั้นจึงส่งคืนร้านค้าเพื่อนำไปให้เช่าต่อในงานอื่น จนกว่าผลไม้จะเริ่มเน่าเสียถึงจะถูกนำมาหั่นรับประทานจริงๆ
บางคนที่มีความทะเยอทะยานแต่ฐานะไม่ค่อยดีอาจเช่าสับปะรดสำหรับงานพิเศษ งานเลี้ยงอาหารค่ำ หรือแม้แต่เพื่อถืออวดในยามเดินเล่น
ความหรูหรานี้ยังสะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมและงานแกะสลักในยุคนั้น ที่มักนำรูปทรงสับปะรดไปตกแต่งเสาบ้านหรือรั้ว เพื่อสื่อว่าเจ้าของบ้านมีความมั่งคั่งและยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
อาคารรูปทรงสับปะรดในสก็อตแลนด์
จุดเปลี่ยนสู่ผลไม้ริมทาง: เมื่อเทคโนโลยีทำให้ความหรูหราจางหาย
ความยากลำบากในการเข้าถึงสับปะรดเริ่มสิ้นสุดลงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเดินเรือด้วยเครื่องจักรไอน้ำทำให้การขนส่งเร็วขึ้น ประกอบกับการขยายฐานการผลิตไปยังฮาวายและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้สับปะรดกลายเป็นผลไม้ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ในราคาถูกลง
ประโยชน์ต่อสุขภาพและข้อควรระวัง
นอกจากรสชาติที่สดชื่น สับปะรดยังมีเอนไซม์ โบรมีเลน (Bromelain) ที่ช่วยในการย่อยโปรตีน และอุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหาโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อนควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากความเป็นกรดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปากหรือกระเพาะอาหารได้
จากผลไม้ที่ต้อง "เช่า" มาอวดรวยในอดีต วันนี้สับปะรดได้กลายเป็นของดีราคาถูกที่ทุกคนสามารถลิ้มรสความอร่อยระดับตำนานได้ทุกที่ทุกเวลา ถือเป็นบทสรุปของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกของอาหารไปอย่างสิ้นเชิง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี