กล้องดักถ่ายจับภาพ "ณเดช" เสือโครงเจ้าถิ่นแก่งกระจาน หล่อเหลาสมชื่อพระเอก

พระเอกแห่งแก่งกระจาน เสือโคร่ง "ณเดช" เดินโชว์ตัวหน้ากล้องดักถ่ายสัตว์ หล่อสมชื่อ สะท้อนป่าสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดเผยความสำเร็จจากการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในพื้นที่ป่าลึก โดยสามารถบันทึกภาพสัตว์ป่าหายากและติดตามประชากรเสือโคร่งได้สำเร็จ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นระหว่างวันที่ 12-21 มกราคม 2568 เพื่อเก็บกู้ข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพ (Camera trap) และสำรวจพื้นที่อนุรักษ์ตามแนวชายแดน
ภารกิจในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การติดตามพฤติกรรมสัตว์ป่าตามแนวแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นด่านสัตว์ป่าที่สำคัญ ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย รวมถึงเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่
กู้ข้อมูลกล้องดักถ่าย พบ "ณเดช" เสือโคร่งรหัส KKT02M ยังแข็งแรง
ไฮไลต์สำคัญของการลาดตระเวนครั้งนี้คือการตรวจสอบภาพจากกล้อง Camera trap ที่ติดตั้งไว้ตั้งแต่กลางปี 2568 โดยปรากฏภาพของ เสือโคร่งตัวผู้รหัส KKT02M หรือที่เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อว่า “ณเดช” ซึ่งเป็นเสือโคร่งเจ้าถิ่นที่ยังคงใช้พื้นที่บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแหล่งหากินหลัก
การพบเสือโคร่ง "ณเดช" ในครั้งนี้มีความสำคัญต่อนักอนุรักษ์อย่างมาก เนื่องจากช่วยยืนยันข้อมูลดังนี้
- ยืนยันขนาดประชากรและการกระจายตัวของเสือโคร่งในพื้นที่แก่งกระจาน
- วิเคราะห์ความสมบูรณ์ของโซ่อาหารในระบบนิเวศป่าไม้
- ประเมินความปลอดภัยของเส้นทางเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าระหว่างพรมแดนไทย-เมียนมา

.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
สำรวจจุดอาศัย "จระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย" สัตว์ป่าสงวนหายาก
นอกจากการติดตามเสือโคร่งแล้ว ทีมเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าสำรวจบริเวณ "ซับชุมเห็ด" และบันทึกภาพมุมสูงเพื่อตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ของจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) การค้นพบร่องรอยการอยู่อาศัยในจุดเดิมอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงเป็นแหล่งพักพิงที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของสัตว์ชนิดนี้
ภารกิจเดินเท้า-ล่องเรือ 95 กิโลเมตร ปกป้องมรดกโลก
การปฏิบัติงานครั้งนี้ใช้เวลารวม 10 วัน ครอบคลุมระยะทาง 95 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นการเดินเท้าผ่านภูมิประเทศทุรกันดาร 60 กิโลเมตร และล่องเรือยางตามลำน้ำเพชรบุรีอีก 35 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางผ่านป่าดงดิบและเขาสูงชันเพื่อเข้าถึงพื้นที่ "ยอด 1,500" ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงระบบนิเวศข้ามพรมแดน
นายมงคล ไชยภักดี กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในระบบฐานข้อมูลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เพื่อวางแผนคุ้มครองสัตว์ป่าหายากและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่อการล่าสัตว์ผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ ยืนยันว่าแก่งกระจานยังคงความสมบูรณ์ในฐานะมรดกโลกและเป็นแหล่งหลบภัยสำคัญของสัตว์ป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





