รู้จัก "ไวรัสนิปาห์" ไวรัสสุดอันตราย ที่เพิ่งกลับมาระบาดใหญ่ในประเทศอินเดีย!

รู้จัก "ไวรัสนิปาห์" โรคสมองอักเสบมรณะที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง หลังพบระบาดที่อินเดีย
ทางการอินเดียเร่งยกระดับมาตรการควบคุมโรคขั้นสูงสุด หลังยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) รายใหม่ในรัฐเบงกอลตะวันตก ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยสะสมพุ่งเป็น 5 ราย และมีผู้ถูกสั่งกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการแล้วเกือบ 100 คน
อินเดียประกาศเตือนภัย! เร่งกักตัวนับร้อย หลังพบ "ไวรัสนิปาห์" ระบาดในรัฐเบงกอลตะวันตก
รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ผู้ติดเชื้อทั้ง 5 รายส่วนใหญ่เป็นบุคลากรด่านหน้า โดยเริ่มต้นจากพยาบาล 2 ราย (ชาย 1 หญิง 1) ที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนย่านบาราซัต (Barasat) ใกล้กับเมืองโกลกาตา ก่อนจะตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รายในสัปดาห์นี้ ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ 1 ราย, พยาบาล 1 ราย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 1 ราย
นับตั้งแต่ตรวจพบเคสแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางการได้สั่งกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงสูงเกือบ 100 คนไว้ในที่พักอาศัย โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างสู่ชุมชน
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร. ราจีฟ จายาเดวาน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดีย (IMA) สาขาโคชิน ระบุว่าการติดเชื้อในมนุษย์มักเกิดจาก "การรั่วไหลโดยอุบัติเหตุ" (Accidental Spillover) ผ่านการสัมผัสระหว่างคนกับค้างคาว เช่น การรับประทานผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายค้างคาว ซึ่งมักเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ใกล้ป่าที่มีการทำเกษตรกรรม

รู้จัก "ไวรัสนิปาห์": มัจจุราชเงียบที่ยังไม่มีวัคซีน
ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus - NiV) เป็นเชื้อไวรัส RNA ในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา ค้นพบครั้งแรกในปี 1998 หลังการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงหมู ณ หมู่บ้าน "สุไหงนิปาห์" ประเทศมาเลเซีย โดยมี "ค้างคาวกินผลไม้" เป็นพาหะธรรมชาติที่แพร่เชื้อผ่านน้ำลายและปัสสาวะสู่สัตว์เลี้ยง (หมู, ม้า, สุนัข, แมว) และมนุษย์ได้โดยตรงผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรืออาหารที่ปนเปื้อน
-
การแพร่กระจายสู่มนุษย์: เชื้อสามารถ "กระโดด" ข้ามสายพันธุ์สู่มนุษย์ได้ 3 ทางหลัก:
-
สัมผัสสัตว์ป่วย: เช่น หมูหรือมูลสัตว์ที่มีเชื้อ
-
บริโภคอาหารปนเปื้อน: เช่น ผลไม้หรือน้ำอินทผลัมที่มีน้ำลายค้างคาว
-
คนสู่คน: ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
-

ความน่ากลัวของนิปาห์คืออาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงในระยะแรก ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงมีไข้ ปวดหัว และมีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ แต่หากเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท จะทำให้เกิด โรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (Fatal Encephalitis) ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียาที่รักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ การรักษาจึงทำได้เพียงประคับประคองตามอาการเท่านั้น ทำให้นิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75%
ด้วยความร้ายแรงนี้ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) จึงกำหนดให้ไวรัสลินิปาห์เป็นโรคที่ "ต้องรายงานทันที" หากพบการติดเชื้อ เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดไม่ให้กลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

