ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย? ผิดที่ตาชั่งหรือผิดที่ลำไส้

ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย? ผิดที่ตาชั่งหรือผิดที่ลำไส้

ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย? ผิดที่ตาชั่งหรือผิดที่ลำไส้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย? ผิดที่ตาชั่งหรือผิดที่ลำไส้

หลายคนชอบชั่งน้ำหนักในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหาร เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเบาที่สุดและให้ความรู้สึกภูมิใจในผลลัพธ์ บางคนถึงขั้นชั่งน้ำหนักก่อนและหลังเข้าห้องน้ำเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขที่ลดลงต่อหน้าต่อตา

หากคุณเคยทำเช่นนั้น คุณอาจพบว่าหลังจากขับถ่ายเสร็จ น้ำหนักอาจไม่ลดลงเลย หรือลดลงเพียง 0.1 กิโลกรัม ทั้งที่รู้สึกว่าขับถ่ายออกมาปริมาณมาก เหตุใดน้ำหนักจึงไม่ลดลง หรือเครื่องชั่งจะเสีย? คำตอบคือเครื่องชั่งไม่ได้เสีย แต่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักของอุจจาระจริงและค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่ง

อุจจาระหนึ่งครั้งหนักเท่าไหร่?

แม้เราจะรู้สึกว่าได้ปลดปล่อยออกมาในปริมาณมหาศาล แต่ในความเป็นจริง อุจจาระอาจไม่ได้หนักอย่างที่คิด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร GASTROENTEROLOGY เมื่อปี 1992 ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอุจจาระกับโรคมะเร็งลำไส้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ได้ให้ข้อมูลค่าเฉลี่ยน้ำหนักอุจจาระไว้ดังนี้

  • ความแตกต่างตามภูมิภาค: น้ำหนักอุจจาระของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ ต่ำกว่า 200 กรัม โดยผู้ชายในเขตเฮียวโกะ ประเทศญี่ปุ่น มีน้ำหนักอุจจาระเฉลี่ย 133 กรัม และชายในเขตอากิตะเฉลี่ย 196 กรัม
  • ความแตกต่างตามเพศ: งานวิจัยพบว่าอุจจาระของผู้หญิงมักมีน้ำหนักน้อยกว่าผู้ชายประมาณ 20%

ดังนั้น แม้คุณจะรู้สึกว่าถ่ายออกมา "กองใหญ่" แต่ความจริงอาจหนักเพียง 100-200 กรัม ซึ่งสะท้อนบนหน้าปัดเครื่องชั่งเพียง 0.1-0.2 กิโลกรัมเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่คุณมีพฤติกรรมการกินแบบชาวอูกันดา ซึ่งงานวิจัยระบุว่าพวกเขามีน้ำหนักอุจจาระเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 470 กรัม

ค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่ง

หากน้ำหนักไม่เปลี่ยนเลยหรือเพิ่มขึ้นหลังขับถ่าย สาเหตุหลักมาจากตัวเครื่องชั่งเอง เครื่องชั่งดิจิทัลตามบ้านส่วนใหญ่มีการกำหนดระดับความแม่นยำตามมาตรฐานสากล ซึ่งแบ่งเป็นระดับความแม่นยำปานกลาง (III) และระดับความแม่นยำธรรมดา (IIII) โดยมี "ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้สูงสุด" ดังนี้

1. ระดับความแม่นยำธรรมดา 

หากเครื่องชั่งของคุณแสดงค่าละเอียดต่ำสุดที่ 0.1 กิโลกรัม ในการชั่งน้ำหนักตัวไม่เกิน 100 กิโลกรัม มาตรฐานอนุญาตให้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้ถึง 150 กรัม หมายความว่าหากอุจจาระของคุณหนักน้อยกว่า 150 กรัม เครื่องชั่งอาจตรวจจับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย

2. ระดับความแม่นยำปานกลาง 

เครื่องชั่งกลุ่มนี้มีความไวสูงกว่า โดยค่าความคลาดเคลื่อนจะเปลี่ยนไปตามช่วงน้ำหนัก

  • หากน้ำหนักตัวไม่เกิน 50 กิโลกรัม ค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้คือ 0.05 กิโลกรัม (หากอุจจาระหนักเกิน 50 กรัม เครื่องจะตรวจพบ)
  • หากน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 50-200 กิโลกรัม ค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้คือ 0.1 กิโลกรัม (หากอุจจาระหนักไม่ถึง 100 กรัม เครื่องอาจไม่แสดงความต่าง)

ตำแหน่งการวางเครื่องชั่งส่งผลต่อผลลัพธ์

นอกจากเรื่องความคลาดเคลื่อนแล้ว วิธีการวางเครื่องชั่งก็มีความสำคัญ หากคุณเคลื่อนย้ายเครื่องชั่งหรือวางบนพื้นไม่เรียบ จะส่งผลต่อความแม่นยำทันที

  • เซนเซอร์แรงกด: เครื่องชั่งดิจิทัลส่วนใหญ่ใช้เซนเซอร์ที่มุมทั้ง 4 หากพื้นไม่เรียบหรือวางบนพื้นนุ่ม เช่น พรม หรือเสื่อโยคะ การเปลี่ยนรูปของเซนเซอร์จะคลาดเคลื่อน ทำให้คำนวณน้ำหนักผิดพลาด
  • การทรงตัว: การยืนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือยืนด้วยขาเดียวที่ขอบเครื่องชั่ง จะทำให้แรงกดในแต่ละมุมต่างกันมาก ส่งผลให้ตัวเลขไม่นิ่ง

หากต้องการ "เปรียบเทียบอย่างแม่นยำ" ก่อนและหลังขับถ่าย ควรวางเครื่องชั่งบนพื้นแข็งและเรียบสนิทในจุดเดิมเสมอ ก่อนชั่งควรขึ้นไปยืนเพื่อปลุกเครื่องให้แสดงค่า แล้วรอให้กลับเป็นเลขศูนย์ (Reset) ก่อนจะขึ้นชั่งจริงอีกครั้ง

ท้ายที่สุด การมีน้ำหนักตัวที่มีสุขภาพดีต้องอาศัยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ไม่ควรคาดหวังว่าการขับถ่ายเพียงอย่างเดียวจะช่วยให้ตัวเลขบนตาชั่งลดลงจนถึงเกณฑ์มาตรฐานได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล