แม่ใจหลุด!! จู่ๆ ลูกชายหัวกะทิ "น็อกกลางอากาศ" ตัวไหล-หัวฟาด รู้สาเหตุใครก็พูดไม่ออก...

แม่ใจหลุด!! จู่ๆ ลูกชายหัวกะทิ "น็อกกลางอากาศ" ตัวไหล-หัวฟาด รู้สาเหตุใครก็พูดไม่ออก...

แม่ใจหลุด!! จู่ๆ ลูกชายหัวกะทิ "น็อกกลางอากาศ" ตัวไหล-หัวฟาด รู้สาเหตุใครก็พูดไม่ออก...
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อุทาหรณ์เด็กขยัน! นั่งติวหนังสือตั้งแต่ตี 5 ลุกขึ้นบิดขี้เกียจจู่ๆ "ภาพตัด" หัวฟาดพื้น (มีคลิป)

กลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างความตกใจให้กับผู้ปกครองทั่วโซเชียลจีน เมื่อมีการเผยแพร่วินาทีระทึกของเด็กนักเรียนชายวัย 14 ปี ที่ขยันตื่นมาอ่านหนังสือตั้งแต่เช้ามืด แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อลุกขึ้นยืนจนหัวฟาดพื้นต่อหน้าต่อตาแม่

วินาทีระทึก: ขยันจนร่างกายประท้วง?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ในเมืองฉางเต๋อ มณฑลหูหนาน กล้องวงจรปิดภายในบ้านจับภาพเด็กหนุ่มชั้น ม.3 (สูง 170 ซม. หนัก 80 กก.) กำลังนั่งทำการบ้านอย่างขะมักเขม้น

คุณแม่เล่าว่า ลูกชายตื่นมานั่งทำการบ้านตั้งแต่ ตี 5 และนั่งแช่อยู่ท่านั้นต่อเนื่องนานถึง 4-5 ชั่วโมง โดยไม่ได้ลุกไปไหน จนกระทั่งช่วงสาย เมื่อเขาตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย

แต่ทันทีที่ยืนขึ้น ร่างกายของเขาก็เซถลา ทรงตัวไม่อยู่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกระแทกโซฟา ศีรษะฟาดกับขอบโต๊ะ และร่วงลงไปกองกับพื้นในสภาพหมดสติ ท่ามกลางความตกใจของคุณแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แต่คว้าตัวไว้ไม่ทัน

หมอเฉลยสาเหตุ: อาการที่ใครก็เป็นได้!

โชคดีที่เด็กหนุ่มไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและฟื้นตัวได้ในเวลาต่อมา แพทย์วินิจฉัยว่าสาเหตุเกิดจาก "ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่า" (Orthostatic Hypotension) ซึ่งมักเกิดกับคนที่นั่งหรือนอนนานๆ แล้วลุกขึ้นยืนกะทันหัน

พญ.จู เสี่ยวลี่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา อธิบายว่า การวูบหมดสติในลักษณะนี้ เกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก:

  1. เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน: การนั่งนานๆ ทำให้เลือดไหลเวียนลงไปกองอยู่ที่ขา เมื่อลุกขึ้นยืนเร็วๆ เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจและสมองไม่ทัน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือภาพตัดชั่วขณะ
  2. ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของระบบประสาท: การเปลี่ยนท่าทางกระตุ้นให้หัวใจเต้นช้าลงและหลอดเลือดขยายตัว ทำให้ความดันตกรวดเร็ว (จะมีอาการนำมาก่อน เช่น เหงื่อแตก ตัวเย็น คลื่นไส้)
  3. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ: เด็กตื่นเช้าและนั่งเรียนยาวนานโดยอาจจะยังไม่ได้ทานอาหารเช้า ทำให้สมองขาดพลังงาน

คำแนะนำจากหมอ: นั่งนานต้องระวัง

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ "วูบ" จนเสี่ยงบาดเจ็บจากการล้มฟาด แพทย์แนะนำดังนี้:

  • อย่าลุกพรวดพราด: หากนั่งนานๆ ให้ค่อยๆ ขยับตัว หรือนั่งพักที่ขอบเก้าอี้/ขอบเตียงสักครู่ก่อนยืนเต็มตัว
  • ขยับขาบ่อยๆ: ระหว่างนั่งทำงานหรือเรียน ให้กระดกปลายเท้า หรือหมุนข้อเท้า เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ขา
  • กฎ 30-60 นาที: ควรลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง
  • อย่าปล่อยให้หิว/ขาดน้ำ: การดื่มน้ำและทานอาหารให้ตรงเวลา ช่วยรักษาระดับความดันและน้ำตาลในเลือดได้

ความขยันเป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่ลืมฟังเสียงเตือนจากร่างกาย เคสนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้นักเรียนและคนทำงานออฟฟิศที่ชอบนั่งติดที่นานๆ ต้องระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล