เปิดตัวเลขอายุที่ "สมองแก่" แบบก้าวกระโดด เช็ก 5 สัญญาณที่อาจไม่ใช่แค่ขี้ลืม

ช่วงอายุที่ "สมองแก่" เสื่อมถอยแบบก้าวกระโดด ไม่ได้เริ่มหลัง 60 ปี บางทีจู่ๆ ก็นึกคำที่จะพูดไม่ออก
หลายคนคงเคยเจออาการ "สมองค้าง" กะทันหัน เช่น ถือโทรศัพท์อยู่แต่กลับเดินหาโทรศัพท์ หรือนึกคำพูดที่จะพูดไม่ออกเสียดื้อๆ แม้ว่าอายุที่มากขึ้นจะทำให้ความจำแย่ลงตามธรรมชาติ แต่ผลการวิจัยพบว่าการเสื่อมถอยของสมองไม่ได้เกิดขึ้นในอัตราความเร็วที่คงที่เสมอไป แต่จะมีช่วงวัยที่สมองแก่ตัวลงอย่างรวดเร็วแบบเฉียบพลัน
3 ช่วงอายุอันตรายที่สมองเสื่อมถอยแบบดิ่งเหว
งานวิจัยระบุว่าการแก่ตัวของสมองมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับโปรตีน 13 ชนิดในร่างกาย โดยระดับความเข้มข้นของโปรตีนเหล่านี้จะเกิดการผันผวนอย่างรุนแรงและพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในช่วงอายุ 57 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าผู้สูงอายุโดยทั่วไป
จากนั้นคือ 70 ปี และ 78 ปี ซึ่งอาจสะท้อนได้ว่าช่วงอายุเหล่านี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้สมองเสื่อมสมรรถภาพลงอย่างรวดเร็วกว่าช่วงวัยอื่นๆ
5 สัญญาณเตือนว่าสมองของคุณเริ่มแก่ก่อนวัย
หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพสมอง:
- ความจำระยะสั้นถดถอย: ลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมนัดหมาย หรือจำวันที่ปัจจุบันไม่ได้แม้จะได้รับการย้ำเตือนบ่อยๆ
- นิสัยเปลี่ยนไป: จากคนอารมณ์ดีกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ขี้สงสัย หรือสูญเสียความสนใจในงานอดิเรกที่เคยชอบ
- นึกคำศัพท์ไม่ออก: ใช้คำเรียกสิ่งของกว้างๆ แทนชื่อเฉพาะ เช่น เรียก "ชาม" ว่า "ไอ้ที่ไว้ใส่ข้าว" หรือติดคำว่า "อันนั้น" "อันนี้" ตลอดเวลา
- พูดเรื่องเดิมซ้ำๆ: ถามคำถามเดิมหลายรอบ หรือเล่าเรื่องในอดีตเรื่องเดิมซ้ำๆ ให้คนในครอบครัวฟังบ่อยผิดปกติ
- การตัดสินใจผิดพลาด: ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ได้ถูกต้อง เช่น เลือกเสื้อผ้าไม่เหมาะกับสภาพอากาศ หรือหลงเชื่อโฆษณาหลอกลวงได้ง่าย

8 วิธีชะลอความเสื่อมของสมองที่ควรทำเป็นประจำ
- กินอาหารบำรุงสมอง: เน้นอาหารกากใยสูง ไขมันต่ำ เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ผักโขม และถั่วชนิดต่างๆ ที่อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของเซลล์สมอง
- ใช้งานสมองอยู่เสมอ: สมองเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้ยิ่งแข็งแรง การฝึกคิดหรือแก้ปัญหาจะช่วยให้หลอดเลือดสมองขยายตัวและได้รับสารอาหารเพียงพอ
- เข้าสังคมบ่อยๆ: การพบปะผู้คนช่วยรักษาฟังก์ชันการรับรู้และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์
- นอนหลับอย่างมีคุณภาพ: ช่วงหลับลึกคือเวลาที่สมอง "ล้างสารพิษ" แนะนำให้นอนก่อน 22:00 น. และนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง
- งดบุหรี่และจำกัดแอลกอฮอล์: พฤติกรรมเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมถึง 3 เท่า
- ควบคุมโรคประจำตัว: โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน มีส่วนสำคัญในการทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ: เพื่อตรวจหาปัญหาการรับรู้หรือความจำในระยะเริ่มต้นและทำการรักษาได้ทันท่วงที
- บริหารนิ้วมือ: ฝึกทำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะนิ้วมือ เช่น การขยับนิ้วตามจังหวะคำพูดง่ายๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของประสาทสัมผัสและสมองส่วนหน้า
สรุปได้ว่าการดูแลสมองตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงอายุที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญได้อย่างมั่นคง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การนอน และการออกกำลังกายสมอง จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่สุขภาพจิตที่ยืนยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี