จับแล้ว! มือฆ่าชิงทรัพย์ พนง.โรงแรมหัวหิน หนีซุกป่าใกล้ที่เกิดเหตุ เปิดคำให้การ ไร้ท่าทีสลด

จับแล้ว! มือฆ่าชิงทรัพย์ พนง.โรงแรมหัวหิน หนีซุกป่าใกล้ที่เกิดเหตุ เปิดคำให้การ ไร้ท่าทีสลด

จับแล้ว! มือฆ่าชิงทรัพย์ พนง.โรงแรมหัวหิน หนีซุกป่าใกล้ที่เกิดเหตุ เปิดคำให้การ ไร้ท่าทีสลด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จับแล้ว! ฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมหัวหิน หนีซุกป่าข้างโรงแรม เปิดปากรับสารภาพ ไร้ท่าทีสลด

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายบุกฆ่าชิงทรัพย์พนักงานหญิงโรงแรมในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว หลังหลบซ่อนอยู่ในป่าข้างทางใกล้จุดเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ไม่แสดงท่าทีสำนึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 19 มกราคม 2569 กล้องวงจรปิดภายในโรงแรมบันทึกภาพชายต้องสงสัยเดินวนเวียนบริเวณเคาน์เตอร์ ก่อนปีนข้ามเข้าไปทำร้ายพนักงานหญิงซึ่งกำลังพักผ่อนจากอาการไม่สบาย โดยใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีบริเวณศีรษะหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนชิงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระเป๋าทรัพย์สินหลบหนีไป

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและนำข้อมูลเปรียบเทียบกับฐานทะเบียนราษฎร์ จนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายรัฐติกร ยิ่งยอด อายุ 36 ปี ซึ่งมีประวัติคดีร้ายแรงหลายคดีในอดีต พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดหัวหินออกหมายจับทันที

ซุกป่าข้างทางใกล้โรงแรม อ้างไม่ได้หลบหนี

วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายรัฐติกรได้ ขณะนอนหลบอยู่ในพงหญ้าใกล้ทางรถไฟ ห่างจากโรงแรมที่เกิดเหตุไม่มากนัก โดยผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้หลบหนี เพียงมานอนเล่นในป่าและใต้สะพานซึ่งใช้เป็นที่พักเป็นประจำ พร้อมให้การวกวนในหลายประเด็น

ระหว่างการสอบถาม ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าไม่รู้จักผู้เสียชีวิต และอ้างว่าเหล็กที่ใช้ก่อเหตุมีความยาวประมาณข้อศอก เมื่อถูกถามถึงการขอโทษ ผู้ต้องหาเพียงพยักหน้าโดยไม่กล่าวคำใด อีกทั้งไม่มีท่าทีสลดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พบประวัติคดีร้ายแรง เคยก่อเหตุซ้ำซาก

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายรัฐติกรเคยต้องโทษในคดีทำร้ายร่างกายและข่มขืนผู้อื่นมาก่อน และยังมีพฤติกรรมเร่ร่อนเปลี่ยนพื้นที่ไปเรื่อย ๆ จึงถือเป็นบุคคลอันตรายที่อาจก่อเหตุซ้ำได้ หากไม่ถูกจับกุมโดยเร็ว

ด้านผู้บัญชาการตำรวจสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 7 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมคดีนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบสวนอย่างละเอียด และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมขยายผลตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลังเพิ่มเติม

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล