"พายุสุริยะ S4" คืออะไร รุนแรงแค่ไหน ถึงต้องเตือนภัยในรอบ 23 ปี ไทยกระทบไหม?

"พายุสุริยะ S4" คืออะไร รุนแรงแค่ไหน ถึงต้องเตือนภัยในรอบ 23 ปี ไทยกระทบไหม?

"พายุสุริยะ S4" คืออะไร รุนแรงแค่ไหน ถึงต้องเตือนภัยในรอบ 23 ปี ไทยกระทบไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โลกเผชิญ "พายุรังสีสุริยะ" ระดับรุนแรง S4 ครั้งแรกในรอบ 23 ปี เตือนกระทบดาวเทียม-การบินขั้วโลก

โลกกำลังเผชิญปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญ หลังศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศในอวกาศ (SWPC) ภายใต้ NOAA ของสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนการเกิด พายุรังสีสุริยะ (Solar Radiation Storm) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับ S4 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับรุนแรงมาก และเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 23 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์พายุสุริยะครั้งใหญ่เมื่อปี 2003

ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียม GOES-19 ระบุว่า ปริมาณอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มรุนแรงไม่แพ้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในอดีต โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าผลกระทบจากพายุรังสีครั้งนี้อาจยืดเยื้อนานหลายวัน

พายุรังสีสุริยะ คืออะไร

พายุรังสีสุริยะเกิดจากการเร่งความเร็วของอนุภาคที่มีประจุพลังงานสูงจากการปะทุบนดวงอาทิตย์ ก่อนพุ่งตรงมายังโลกในปริมาณมหาศาล อนุภาคเหล่านี้สามารถรบกวนสนามแม่เหล็กโลก และส่งผลต่อระบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอวกาศและการสื่อสารได้โดยตรง

 

ผลกระทบหลัก กระทบเทคโนโลยี-การบิน

แม้ประชาชนทั่วไปบนพื้นโลกจะไม่ได้รับอันตรายโดยตรง แต่พายุรังสีระดับ S4 ถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อ ดาวเทียม ระบบสื่อสาร และยานอวกาศ โดยเฉพาะสัญญาณวิทยุความถี่สูง (HF) ในพื้นที่ขั้วโลกอาจขาดหายอย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อการติดต่อสื่อสารระยะไกล

ทางการสหรัฐฯ ได้ประสานงานแจ้งเตือนไปยังสายการบิน องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) รวมถึง NASA เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากเที่ยวบินที่ใช้เส้นทางผ่านขั้วโลกอาจได้รับปริมาณรังสีสูงกว่าปกติ และอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ชี้พายุแรงติดอันดับ 3 ตั้งแต่เริ่มบันทึก

ด้านสมาคมดาราศาสตร์ไทย ระบุว่า NOAA จัดให้พายุรังสีครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด โดยติดอันดับ 3 นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2519 พร้อมเตือนถึงการเกิด พายุแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงมาก (G4)

ผลกระทบจากพายุแม่เหล็กโลกระดับ G4

พายุแม่เหล็กโลกอาจก่อให้เกิดแสงเหนือและแสงใต้แผ่ขยายไปถึงละติจูดแม่เหล็กประมาณ 45 องศา ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจเสียหายเป็นวงกว้าง ยานอวกาศเสี่ยงเกิดการสะสมประจุไฟฟ้า และการสื่อสารอาจขัดข้องเป็นระยะ รวมถึงอาจเกิดกระแสไฟฟ้าในท่อส่งโลหะบางประเภท

พายุครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการปะทุของแฟลร์บนดวงอาทิตย์ระดับ X1.95 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ซึ่งปล่อยมวลโคโรนาความเร็วมากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อวินาทีพุ่งตรงสู่โลก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

สรุปสถานการณ์พายุสุริยะครั้งประวัติศาสตร์

การเกิดพายุรังสีสุริยะระดับ S4 ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความเปราะบางของเทคโนโลยีอวกาศและระบบสื่อสารของโลก แม้จะไม่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าความรุนแรงจะลดลง เนื่องจากเหตุการณ์นี้จะกินเวลาหลายวัน

  1. NOAA Space Weather Prediction Center
  2. สมาคมดาราศาสตร์ไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล