เมียช็อก! ถือมือถือให้ผัวตอนทำฟัน เจอความลับสุดสะพรึง ไม่ปล่อยผ่านโทรแจ้งตร.

เมียช็อก! ถือมือถือให้ผัวตอนทำฟัน เจอความลับสุดสะพรึง ไม่ปล่อยผ่านโทรแจ้งตร.

เมียช็อก! ถือมือถือให้ผัวตอนทำฟัน เจอความลับสุดสะพรึง ไม่ปล่อยผ่านโทรแจ้งตร.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภรรยาช็อก! ถือมือถือให้สามีตอนทำฟัน เจอความลับสุดสะพรึง "แอบถ่ายพี่เลี้ยง" ในห้องน้ำ

เรื่องราวสุดฉาวนี้เกิดขึ้นเมื่อภรรยาของมัคนายกหนุ่มใหญ่ต้องกลายเป็นพยานปากเอกจับกุมสามีตัวเอง หลังจากที่เขาฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับเธอขณะเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม เธอถือโอกาสตรวจสอบโทรศัพท์เพราะสงสัยว่าสามีอาจมีชู้ แต่สิ่งที่พบกลับเลวร้ายยิ่งกว่า เมื่อเจอโฟลเดอร์ลับบรรจุคลิปวิดีโอแอบถ่ายพี่เลี้ยงสาววัยรุ่นในห้องน้ำบ้านของพวกเขาเอง

จากความระแวงเรื่องชู้สาว สู่การค้นพบอาชญากรรม

คริสโตเฟอร์ โทมัส คอลลินส์ มัคนายกวัย 42 ปี จากโบสถ์ในรัฐเทนเนสซี สหรัฐฯ ถูกจับกุมทันทีหลังจากภรรยาแจ้งตำรวจ ตามรายงานระบุว่าภรรยาได้เปิดดูโทรศัพท์ของเขาในระหว่างที่สามีทำฟัน และพบคลิปวิดีโอเปลือยของพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นวัยรุ่น คลิปเหล่านี้ถูกถ่ายจากมุมกล้องที่ซ่อนไว้ตรงข้ามฝักบัวและชักโครก โดยมีคลิปหนึ่งที่เหยื่อสาวดูเหมือนจะสังเกตเห็นกล้องขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย

ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น "ติดกล้องไว้ดูหนู"

เมื่อถูกจับได้ คอลลินส์พยายามแก้ตัวกับภรรยาว่าเขาติดตั้งกล้องเหล่านั้นไว้เพื่อ "ดักจับหนู" เท่านั้น แต่หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเมื่อตำรวจค้นพบไฟล์วิดีโอกว่า 9 ไฟล์ที่ระบุเวลาในปี 2025 เป็นภาพเหยื่อขณะทำภารกิจส่วนตัวในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงยึดโทรศัพท์และการ์ดความจำ (SD Card) ไว้เป็นหลักฐาน

คริสตจักรเร่งช่วยเหลือเหยื่อและครอบครัว

หลังจากพบหลักฐาน ภรรยาได้รีบไปขอคำปรึกษาจากทางโบสถ์ ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาแนะนำให้เธอแจ้งตำรวจทันที พร้อมจัดหาที่พักในโรงแรมเพื่อให้เธอและลูกๆ ปลอดภัยระหว่างที่ตำรวจเข้าจับกุมสามี

ล่าสุด ทางโบสถ์ได้ปลดคอลลินส์ออกจากตำแหน่งมัคนายก และประกาศยืนยันว่าจะดูแลเยียวยาจิตใจของภรรยาและลูกๆ ของผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

บทสรุปทางกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาคอลลินส์ฐานล่วงละเมิดทางเพศและแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากผู้เยาว์รวม 9 กระทง โดยผู้ต้องหาได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้ระมัดระวังภัยเงียบจากคนใกล้ตัวที่อาจคาดไม่ถึง

  1. New York Post
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล