ช็อกหัวอกแม่! พยาบาลพลาด ตัดสายสะดือแต่ "นิ้วลูกขาด" ติดมาด้วย ฟังคำโบ้ยยิ่งใจสลาย

ช็อกหัวอกแม่! พยาบาลพลาด ตัดสายสะดือแต่ "นิ้วลูกขาด" ติดมาด้วย ฟังคำโบ้ยยิ่งใจสลาย

ช็อกหัวอกแม่! พยาบาลพลาด ตัดสายสะดือแต่ "นิ้วลูกขาด" ติดมาด้วย ฟังคำโบ้ยยิ่งใจสลาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อุทาหรณ์ห้องคลอด! ทารกต้องต่อนิ้วด่วน หลังพยาบาลเผลอตัดพลาด พ่อแม่รับไม่ได้ รพ.อ้างเด็กดิ้นแรง

เป็นข่าวที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่สุดเลยค่ะ สำหรับเหตุการณ์ความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ประเทศจีน เมื่อครอบครัวหนึ่งต้องฝันร้ายในวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก เพราะความประมาทของพยาบาลทำคลอดที่เผลอ "ตัดนิ้ว" ทารกขาดไปพร้อมกับสายสะดือ!

เรื่องราวนี้กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของจีน เหตุเกิดที่โรงพยาบาลประชาชนอำเภอสวีอี๋ มณฑลเจียงซู เมื่อความชุ่ยเปลี่ยนวันแห่งความสุขให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมทางร่างกายและจิตใจของครอบครัว

นาทีช็อก! ตัดสายสะดือยังไงให้นิ้วขาด?

ตามรายงานข่าวระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าวคลอดเมื่อเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมาค่ะ หลังจากคลอดได้เพียง 2 ชั่วโมง คุณพ่อ (แซ่เซิ่ง) ก็ต้องเข่าทรุดเมื่อแพทย์เดินมาแจ้งข่าวร้ายว่า "นิ้วกลางข้างซ้าย" ของลูกชาย ถูกตัดขาดไประหว่างขั้นตอนการตัดสายสะดือ

คำแก้ตัวของพยาบาล: พยาบาลผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่าเป็นคนทำพลาดจริง แต่ให้เหตุผลว่า "ตอนที่กำลังจะตัดสายสะดือ จู่ๆ มือของเด็กก็ขยับขึ้นมาพอดี" ทำให้กรรไกรไปโดนนิ้วเข้าอย่างจัง

300 กิโลเมตร เพื่อต่อนิ้วลูกน้อย

ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้ทารกแรกเกิดต้องเจ็บปวดแสนสาหัส และต้องถูกส่งตัวข้ามเมืองไกลกว่า 300 กิโลเมตร ไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางในเมืองอู๋ซี เพื่อผ่าตัดต่อนิ้วเป็นการด่วน

แม้การผ่าตัดจะสำเร็จและเด็กถูกส่งกลับมาพักฟื้นที่เดิมแล้ว แต่คุณพ่อยอมรับว่าสภาพจิตใจของภรรยาย่ำแย่มาก เธอรับไม่ได้กับอุบัติเหตุที่ดู "ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้" แบบนี้ ยิ่งเห็นลูกร้องไห้เพราะความเจ็บปวดจากเข็มเหล็กที่ดามนิ้วไว้ หัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็แทบสลายตามไปด้วย

บทสรุปและการรับผิดชอบ

ทางคณะกรรมการสาธารณสุขท้องถิ่นระบุว่า นี่เป็น "ความผิดพลาดร้ายแรง" และได้สั่งพักงานพยาบาลคนดังกล่าวแล้ว โดยทางโรงพยาบาลยืนยันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

ในตอนแรก โรงพยาบาลเสนอเงินชดเชยให้ 100,000 หยวน (ประมาณ 4.8 แสนบาท) แต่ทางครอบครัวยังไม่ตกลง จนกระทั่งล่าสุด (6 ม.ค.) มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายเจรจากันได้แล้ว แต่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขสุทธิ

"ตอนนี้นิ้วของลูกเริ่มยุบลงแล้ว แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้ ต้องเฝ้าดูอาการกันวันต่อวัน" คุณพ่อกล่าวด้วยความกังวล


ทางทีมงาน Sanook News ขอส่งกำลังใจให้น้องหายไวๆ และขอให้อย่ามีภาวะแทรกซ้อนใดๆ นะคะ ถือเป็นอุทาหรณ์ที่โรงพยาบาลต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้ เพราะทุกวินาทีคือชีวิตและอนาคตของเด็กคนหนึ่ง



แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล